เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เปิดเผยถึงแผนการจัดกิจกรรมเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2561 ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปีว่า ในส่วนของ คสรท. และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ซึ่งสมาชิกทั้งรัฐวิสากิจ ภาคเอกชน และแรงงานข้ามชาติ กว่า 45 องค์กร ประมาณ 5,000 คน จะร่วมกันจัดกิจกรรม “วันกรรมกรสากล” ปี 2561 โดยวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เวลาประมาณ 9.00 น. เริ่มตั้งขบวนที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และเดินขบวนไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามถึงข้อเรียกร้องเดิม 10 ข้อ เมื่อปี 2560 โดยปีนี้ยังไม่มีข้อเรียกร้องใหม่ เพราะคณะกรรมการจัดงานฯ มีความเห็นตรงกันว่าทั้ง 10 ข้อเรียกร้องเดิม ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรมใดๆ
นายชาลี กล่าวว่า สำหรับปีนี้ ริ้วขบวนของผู้ใช้แรงงานจะเน้นการชูป้ายเรียกร้องในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะในประเด็นที่ผู้ใช้แรงงานถูกละเมิดสิทธิและถูกกระทำในรูปแบบต่างๆ เช่น ถูกปลดออก ถูกเลิกจ้าง เป็นต้น นอกจากนี้จะเน้นรณรงค์เกี่ยวกับปัญหา “ทุนนิยมครอบโลก” ที่มีผลกระทบให้ผู้ใช้แรงงานถูกกดขี่และไม่ได้รับความเป็น
ธรรมในรูปแบบต่างๆ
“ปีนี้กลุ่มที่คาดว่าจะออกมาร่วมเดินขบวนมากที่สุดคือ กลุ่มพนักงาน CAT และ TOT ซึ่งมีประมาณ 2,000-3,000 คน ส่วนที่เหลือก็เป็นกลุ่มรัฐวิสาหกิจอื่น กลุ่มพนักงานเอกชน และแรงงานข้ามชาติ ส่วนข้อเรียกร้องคือ ไม่ให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ขึ้นค่าจ้างรายวันขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศ และต้องทำให้รายได้ของแรงงาน 1 คน สามารถเลี้ยงสมาชิกในครอบครัวได้ 3 คน การปฎิรูปประกันสังคม การตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง การแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แรงงานสัมพันธ์ เป็นต้น” นายชาลี กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังเรียกร้องเรื่องการให้ประเทศไทยลงสัตยาบันอนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน และอนุสัญญาฯ ฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการแห่งสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงไม่ร่วมจัดกิจกรรมกับรัฐบาล ทั้งๆ ที่กระทรวงแรงงานมีแผนจัดกิจกรรมในวันเดียวกันที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. ซึ่งจะทำให้ข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานมีความเป็นเอกภาพ นายชาลี กล่าวว่า เพราะเห็นว่าวันที่ 1 พฤษภาคม คือ วันกรรมกรสากล การที่รัฐบาลกำหนดชื่อว่า วันแรงงานแห่งชาติ และให้งบประมาณสนับสนุนการจัดกิจกรรมทุกปี มีความเห็นว่าจะทำให้ผู้ใช้แรงงานไม่สามารถเรียกร้องในสิ่งที่ต้องการ หรือสะท้อนปัญหาได้เต็มที่ จึงตัดสินใจไม่ร่วมจัด
“แต่การไม่ร่วมจัดกิจกรรมในเวทีเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มผู้ใช้แรงงานจะมีปัญหา หรือทะเลาะกันแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการแสดงออกอย่างเต็มที่เท่านั้น จึงลงขันกันจัดกิจกรรมแยกต่างหาก” นายชาลี กล่าว

