ปล่อยตัว”สมยศ”คดีหมิ่น 112 ลูก-ผู้สนับสนุนต้อนรับสู่เสรีภาพ เผยซุ่มบันทึกความไม่เป็นธรรมในคุก

30.04.18 | 10:14 น.

เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 30 เม.ย.ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถนนงามวงศ์วาน กทม. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อายุ 54 ปี อดีตบรรณาธิการนิตยสาร วอยซ์ ออฟ ทักษิณ ได้รับการปล่อยตัวในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยบรรยากาศมีบุตรชายและบุตรสาว พร้อมด้วยผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจและให้การต้อนรับสู่เสรีและอิสรภาพรวมกว่า 80 คน

ด้านนายสมยศกล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชนที่ได้ร่วมสนับสนุนและร่วมกันต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและความถูกต้องในคดีนี้ตลอดเวลา 7 ปี ทำให้ได้รับอิสรภาพในวันนี้ ส่วนอนาคตต่อไปเท่าที่ติดตามสถานการณ์ตอนนี้ รัฐบาลนี้กลับสู้สภาพคล้ายพฤษภาทมิฬ มีปัญหาโดยปัจจัยต่างๆ นำสู่ความรุนแรงทางการเมืองได้ โดยเฉพาะการเงิน การลงทุน ทำให้เกิดความขัดแย้งได้ ในสังคมโดยเฉพาะการต่อสู้ของพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดประชาธิปไตย

นายสมยศกล่าวต่อว่า ส่วนตนนั้นเรื่องการเมืองเป็นหน้าที่ของพลเมืองอยู่แล้ว เรื่องที่ทุกคนแสดงออกทางการเมืองเพราะตอนนี้ประเทศไทยเป็นไทยแลนด์ 4.0 แล้วพี่น้องประชาชนตื่นตัวมีความรู้ทางการเมืองมากขึ้น ส่วนการเคลื่อนไหวต่อไป คือประชาชนส่วนใหญ่คือเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นจากฝ่ายรัฐประหารเพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบนี้ทำให้สังคมไทยล้าหลัง เศรษฐกิจเสียหายมาก จึงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของประชาชน ซึ่งเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ถ้าหากใช้อำนาจเผด็จการมากขึ้นอันนี้จะไม่เป็นผลดีในแง่สิทธิมนุษยชนและไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลด้วย จะทำให้เกิดความขัดแย้งกันมากขึ้น ส่วนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้น เป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยกับการเลือกตั้งอยู่แล้วเป็นเรื่องที่ดี

นายสมยศกล่าวอีกว่า ส่วนระหว่างที่จองจำอยู่ในเรือนจำนั้น ตนได้บันทึกไว้คือเรื่องราวของผู้ต้องขัง สภาพความเป็นอยู่ยากลำบาก มีปัญหาความไม่เป็นธรรมหลายๆ เรื่อง เช่นมีการใช้ผ้าห่ม 3 ผืนนอนในสภาพที่ลำบาก และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ส่วนกลุ่มคนทางการเมืองทั้งคนเสื้อเหลืองและคนเสื้อแดงนั้น ตนได้เจอทั้ง 2 ฝ่ายก็รักใคร่กันดี คือได้รับประสบการณ์ ตอนนี้มีความชัดเจนมากขึ้น ระหว่างเหลืองกับแดงจะร่วมมือกันอย่างไรเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีเพื่อความก้าวหน้าของประเทศไทย ส่วนการเลือกตั้งเป็นส่วนแบบของประชาธิปไตย ขอสนับสนุน และก็อยากให้รัฐบาลอย่าได้ใช้เล่ห์เพทุบาย หรือวิธีต่างๆ เพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก เพราะไม่เป็นผลดีทางด้านเศรษฐกิจ จะทำให้เกิดปัญหา

Advertisement