ป.รวบ 2 ป้า มโนถูกหวย 30 ล้าน แจ้งความเท็จเอาผิดผู้บริสุทธิ์

30.04.18 | 13:48 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 เมษายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง สว.กก.1 บก.ป. ว่าที่ พ.ต.ต.เอกรณการ นาคนิยม สว.กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ป. ทำการจับกุมตัวนางเรวดี หาแก้ว หรือ “ป้าติ้น” อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/18 ซอยกรุงเทพกรีฑา 7 (บ้านเอื้ออาทร) แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ และนางวิไลพร รัตนติสร้อย หรือ ป้าเล็ก อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122/2 ซ.นวลน้อย แขวงคลองตัน เขตวัฒนา ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ จ.427/2561 และ จ.428/2561 ตามลำดับลงวันที่ 27 เมษายน2561ในข้อหา ร่วมกันแจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา โดยสามารถจับกุมนางเรวดี ได้ที่บริเวณหน้าร้านเฮียเปียวหมูเกาหลี ชุมชนโพธิ์ศรี ซ.5 ม.14 ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย และจับกุมตัวนางวิไลพร ได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 122/2 ซ.นวลน้อย แขวงคลองตัน เขตวัฒนา

สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงปี 2559 นางเรวดีและนางวิไลพร ได้เข้าแจ้งความกับ สน.ประเวศ ว่าถูกนางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ หรือ ป้าดา ผู้เสียหายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทยักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 066720 จำนวน 5 คู่รางวัลที่ 1 ประจำวันที่ 1 เมษายน 2559 มูลค่า 30 ล้านบาท โดยอ้างว่าได้ร่วมหุ้นกันซื้อขณะที่ไปร่วมกันทำบุญที่วัดลาดบัวขาว หรือวัดราชโธยา แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง จนทำให้นางสุดารัตน์ ได้รับโทษทางอาญา

กระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2551ได้มีผู้เสียหายอีกราย คือ นางจรูญ เฮดอายุ 62 ปี เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับทางกองปราบฯให้เอาผิดกับนางเรวดี ในข้อหาแจ้งความเท็จ หลังจากถูกนางเรวดี และนางวิไลพร แจ้งความกับตำรวจ สภ.ดงเย็น จ.อุดรธานี ว่านางจรูญ เป็นผู้ยักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 392785 จำนวน 5 คู่ งวดวันที่ 1 เมษายน2560 รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้รับเรื่องเพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเนื่องจากทั้ง 2 คดี มีลักษณะเดียวกันอีกทั้งยังพบพิรุธเกี่ยวกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนหลายอย่าง โดยเฉพาะการถูกรางวัลที่ 1 งวดเดียวกัน 2 ปีซ้อน จนกระทั่งมีการตรวจสอบอย่างแน่ชัดแล้วว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไม่เคยถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ทั้ง 2 งวดดังกล่าวจริง อีกทั้งจากการตรวจสอบพบว่ายังไม่มีผู้ใดนำสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลขดังกล่าวไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลากแต่อย่างใด ทำให้เชื่อได้ว่าทั้ง 2 คดีนั้นน่าจะเป็นการกลั่นแกล้ง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่านางเรวดี กำลังเดินทางกลับมาจากบ่อนคาสิโนที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าวกระทั่งจับกุมตัวได้ในที่สุด ขณะที่กำลังอีกส่วนหนึ่งไปทำการจับกุมตัว นางวิไลพร ที่บ้านพัก ในย่านคลองตัน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมาทำการสอบปากคำยัง กองบังคับการปราบปราม ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยังคงให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าตนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ทั้ง 2 งวดจริง มีการสลักชื่อด้านหลังไว้ แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไรทำไมตำรวจถึงมาจับตน ทั้งๆในเร็ววันนี้ศาลจะมีการเรียก นางสุดารัตน์ คู่กรณีขึ้นศาลเพื่อไต่สวนคดีที่ตนฟ้องร้องไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว น่าจะรอให้มีการไต่สวนก่อน

ต่อมาเวลา 10.30 น. นางสุดารัตน์ หรือ ป้าดา และ นางจรูญ หรือ ป้าติ๋ว อายุ พร้อมด้วย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อเข้าชี้ตัวตัวผู้ต้องหา นอกจากนี้ยังนำช่อดอกไม้มามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เพื่อแสดงความของคุณเจ้าหน้าที่

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า เรื่องที่นางเรวดี แจ้งความนั้น เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมาทั้งหมดเพราะนางเรวดีไม่มีลอตเตอร์รี่ชุดดังกล่าวอยู่จริง ส่วนกรณีที่ ร.ต.ท.สมประสงค์ ปสาทรัตน์ อดีต รอง สว.สอบสวน สน.ประเวศ หรือ หมวดโค้ก ซึ่งเป็นผู้นำสำนวนในคดีดังกล่าวไปให้ นางเรวดี เพื่อเอาผิด นางสุดารัตน์ จนทำให้ นางสุดารัตน์ ถูกจำคุกเป็นเวลา 3-4 วัน ในส่วนนี้ตนกำลังส่งเรื่องให้กับทาง บช.น. เพื่อสอบวินัยร้ายแรง

Advertisement

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า คดีนี้ค่อนข้างมั่นใจ ในพยานหลักฐาน เนื่องจาก ทางกองปราบปราม มีพยานบุคคล มีการจ้างคนขายลอตเตอรี่ ในอัตราวงเงิน 1 ล้านบาท เพื่อเป็นพยานให้ นอกจากนั้นยังมีการเดินทางไปหาเจ้าของที่ถูกลอตเตอรี่จริง ที่จ.ลำพูน เพื่อให้มาเป็นพยานในคดีนี้ และพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบพบว่าไม่มีลายนิ้วมือของ นางเรวดีและนางวิไลพร และไม่มีลอตเตอรี่ตามที่นางเรวดี กล่าวอ้าง

ด้าน นางสุดารัตน์ กล่าวว่า ตนรู้จักกับ นางเรวดีมาก่อน เนื่องจากนางเรวดี มาตักบาตรที่หน้าบ้านของตน ไม่คิดว่านางเรวดีจะทำกับตนได้ถึงขนาดนี้ ตนไม่มีอะไรจะบอกกับนางเรวดี เพราะได้พิสูจน์แล้วว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ มีการตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน รวมถึงทางกองปราบปราม และ นายอัจฉริยะ ด้วย ในส่วนของคดียังอยู่ในความรับผิดชอบของศาล แต่มั่นใจว่าเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ได้ทำความผิด โดยในช่วงระยะเวลาที่อยู่ในคุกเดือดร้อนมาก เมื่อพิสูจน์ได้ว่าตนบริสุทธิ์ ตนก็ดีใจ

นางจรูญ กล่าวว่า ครั้งหนึ่งที่เคยถูก นางเรวดี ท้าให้ไปสาบานที่ วัดพระแก้ว ซึ่งตนก็ไป เชื่อว่าคำสาบานศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เพราะเขาได้รับผลตามที่ได้สาบานไป ตนไม่มีอะไรจะพูด เพราะ นางเรวดีก็ได้รับกรรมที่ก่อไปแล้ว