เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายปรัชญ์ญาพล ไวทยกุล อายุ 28 ปี อาชีพโปรแกรมเมอร์ฟรีแลนซ์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.กำธร นิยม สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง หลังจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีที่ตนประสบอุบัติเหตุถูกรถชน จนทำให้คดีล่าช้ามานานกว่า 3 ปี
นายปรัชญ์ญาพลกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 ขณะที่ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์จากอาคารบี ศูนย์ราชการฯ มุ่งหน้าไปยังศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ได้มีรถยนต์หมายเลขทะเบียน ฉท 559 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายทหารยศร้อยเอกคนหนึ่ง เป็นคนขับชนเข้าอย่างจัง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสกระดูกสะโพกแตก ข้อสะโพกหลุด กระดูกเชิงกรานร้าว นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เป็นเวลานานกว่า 50 วัน เหตุเกิดในพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง ทั้งนี้ ภายหลังจากเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีคือ ร.ต.อ.อนุชิต ชาติชูเหลี่ยม รอง สว.สอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ก็ได้เรียกตนและคู่กรณีไปทำการเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่ สน.โคกคราม ก่อนที่คู่กรณีจะยอมรับผิดว่า พร้อมกับมีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่ต่อมาเมื่อถึงกำหนดนัดหมายให้ตนเข้าให้ปากคำ ทางพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสอง กลับจะให้ตนเซ็นยอมรับว่าเป็นความประมาทร่วมกัน ตนเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีความไม่ชอบมาพากล อีกทั้งจะส่งผลต่อการรับผิดชอบค่ารักษาตน จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง บช.น. เพื่อขอทำเรื่องเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน
นายปรัชญ์ญาพลกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ต้องเป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งเอง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายด้วยตนเอง เนื่องจากที่ผ่านมาตนเป็นผู้จ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด กระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ศาลได้ตัดสินให้คู่กรณียอมจ่ายค่าชดเชยและค่ารักษาแก่ตนเป็นจำนวนเงิน 3 แสนบาท แต่ในส่วนของคดีอาญาหลังจากที่มีการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนแล้วนั้น คดียังคงล่าช้าเหมือนเดิม ซ้ำยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เพิ่มเติมต่อจากพนักงานสอบสวนคนเก่า จนเวลาล่วงเลยมานานกว่า 3 ปี คดีดังกล่าวก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ตนจึงมองว่าการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง นั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงได้เดินทางมาเข้าร้องเรียนยังกองบังคับการปราบปรามในวันนี้เพื่อให้ช่วยตรวจสอบ
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามได้รับเรื่องไว้พิจารณา ก่อนจะมีการนัดหมายนายปรัชญ์ญาพล ให้มาพบอีกครั้งเพื่อทำการสอบปากคำ ก่อนจะรวบรวมเรื่องทั้งหมดส่งให้กับทางผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณาสั่งการต่อไป

