อย.เปิดกฎเหล็ก คุม’สินค้าสุขภาพ’ปกป้องชีวิตคนไทย

2.05.18 | 13:19 น.

ช่วงเวลาที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เจอศึกหนักไม่ใช่น้อย ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจจับผลิตภัณฑ์สุขภาพของ บจก.เมจิก สกิน มีดาราคนดังมารีวิวผลิตภัณฑ์จำนวนมาก จนเป็นข่าวโด่งดัง จนเกิดคำถามจากกลุ่มคนรีวิว ประชาชนต่างสงสัยร่วมกันว่า ในเมื่อบนผลิตภัณฑ์ มีตรา อย.Ž แต่ยังเป็นปัญหา เพราะมีการปลอม สวมทะเบียนมากมาย

ไม่เพียงแค่ เมจิก สกินŽ เท่านั้น แต่ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่อ้าง อย.แบบปลอมๆ

แต่จะมีใครรู้บ้างหรือไม่ว่า ในเรื่องการตรวจจับนั้น อย.เข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการ อย. เปิดเผยว่า การตรวจจับผลิตภัณฑ์เมจิก สกิน ที่ผ่านมา เป็นผลสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ อย.ตรวจพบความผิดปกติจากการโฆษณาผลิตภัณฑ์ในเครือ บจก.เมจิก สกิน ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2561 จนนำไปสู่การตรวจสอบและส่งเรื่องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการขยายผลออกไปอีก

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการ อย. กล่าวว่า อยากให้เชื่อมั่น อย. เพราะเรามีการตรวจสอบตลอด แต่การปลอมเลข อย. หรือการกระทำที่ไม่สุจริตเป็นเรื่องยากจะควบคุม ต้องเกิดความร่วมมือเครือข่ายทั้งระดับภูมิภาค โดยอาศัยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดและภาคประชาชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค รวมทั้งสื่อมวลชน และเพจดังต่างๆ ที่ช่วยกันสอดส่องเพราะ อย.เพียงหน่วยงานเดียวจะไปตรวจสอบทั้งหมดคงทำได้ไม่ครอบคลุม อย่างเรื่องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมีบุคลากรส่วนกลางที่สุ่มตรวจเพียง 10 คน ส่วนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมี 60 คน ก็จะเยอะหน่อย แต่ก็ยังไม่พออีก จึงต้องสร้างเครือข่ายต่างๆ ทั้งภาคประชาชน สื่อมวลชน หรือเพจบนเฟซบุ๊กต่างๆ ก็สามารถร่วมเป็นหูเป็นตาในการตรวจสอบ และสอดส่องให้กับทาง อย.

“สามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือเว็บไซต์ อย. Oyor.com หรือแอพพลิเคชั่น อย. Oryor Smart Application หรือสะดวกส่งอีเมล์มาที่ [email protected] รวมถึงช่องทางไลน์ FDAthai และเดินทางมาที่สำนักงานด้วยตนเอง และที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ใครแจ้งเบาะแส เรายังมีรางวัลให้โดยคิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ของเงินสั่งปรับให้ทั้งผู้แจ้งและเจ้าหน้าที่ โดย 1 ใน 4 ของ 80 เปอร์เซ็นต์เป็นของผู้แจ้ง”Ž นพ.วันชัยกล่าว และว่า นอกจากนี้ยังร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เกี่ยวกับการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ ช่องทางทั้งหลาย วิทยุ ทีวี ทาง กสทช.จะอำนวยความสะดวกให้ อย.เข้าไปตรวจสอบทุกชิ้น หากไม่เหมาะสมจะระงับทันที

Advertisement

นพ.วันชัยกล่าวต่อว่า สำหรับดารานักแสดงที่จะออกมารีวิวผลิตภัณฑ์ ขอให้ศึกษารายละเอียดสินค้าให้ดีกว่านี้ เพราะการที่บอกว่า เห็นมี อย.อย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องดูบริบทภาพรวมด้วยว่าสินค้าแบบนี้มีการอวดอ้างเกินจริงหรือไม่ หากไม่มั่นใจก็ให้มาถาม อย. มีหลายช่องทาง หากพบว่าเข้าข่ายผิดจริง มีการโฆษณาชวนเชื่อ ก็ออกมาลักษณะชัดเจนว่าโฆษณาจริงก็ถือว่าผิด ทาง อย.ได้รวบรวมข้อมูลเสนอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาผิดให้ถึงที่สุด อย่างการโฆษณาเกินจริงก็จะมีโทษปรับตั้งแต่ 5 พันบาทไปจนถึงแสนบาท และจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึง 3 ปี แต่กรณีนี้ต้องให้โทษสูงสุด

ส่วนเรื่องระบบส่วนกลางมีการปรับปรุงเพิ่มเติมคือ กรณีเครื่องสำอาง เนื่องจากมีการจดแจ้งจำนวนมากยอดสะสมกว่า 7 แสนรายการ จึงให้เจ้าหน้าที่ อย.ตรวจเอกสารอย่างละเอียดและตรวจโรงงานผลิตด้วย จะออกเป็นกฎกระทรวงในเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนกรณีการปลอมตรา อย. ในอนาคตสภาอุตสาหกรรมจะเข้ามาช่วยหาทางออก ทำให้ อย.ปลอมยากขึ้น รวมทั้งเป็นไปได้หรือไม่ที่หากผู้ผลิตรายใดทำผิดซ้ำ จะห้ามการขอขึ้นทะเบียน อย.อีกŽ” นพ.วันชัยกล่าวสรุป

ด้าน ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ รองประธานหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนา เศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง กล่าวว่า ส่วนตัวมีความเห็นว่า ที่ผ่านมา อย.ได้ปรับหลักเกณฑ์และแนวทางในการอนุญาตกฎเกณฑ์และระเบียบในการขออนุญาต อย. เพื่อให้ความช่วยเหลือกับกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และกลุ่มสินค้าในท้องถิ่นและสินค้าโอท็อป สามารถได้รับการอนุญาต อย.ที่ง่ายขึ้น เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจเหล่านี้ ทำให้สามารถขอ อย.ออนไลน์ได้ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้อาจจะเป็นดาบสองคม เพราะคนไม่ดีที่เห็นช่องว่างจุดนี้ก็มีการหาประโยชน์โดยการมายื่นขออนุญาต อย. เพื่อนำไปใช้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพแต่มีการโฆษณาชวนเชื่อ ดังนั้น หลังจากที่ให้ใบอนุญาตไปแล้วต้องมีการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์เป็นระยะ หรือลงพื้นที่ไปตรวจสอบสถานประกอบการด้วย ซึ่ง อย.จะต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรที่จะลงพื้นที่ด้วย

“กรณีนี้ยังไม่สายที่จะป้องกัน เป็นเรื่องที่มีผลเกี่ยวข้องกับประชาชน ที่ผ่านมา อย.ตึงไปก็ไม่ดี หย่อนไปก็ไม่ดี อาจจะต้องขยับเกณฑ์การตรวจสอบต่างๆ เพิ่มขึ้นมาอีกนิด แต่ก็ไม่ให้ตึงจนเกินไปจนกลุ่มผู้ผลิตที่ดีอยู่แล้วได้รับผลกระทบจากการป้องคนคนไม่ดีที่มีส่วนน้อย และต้องมีการติดตามรายละเอียดให้รอบคอบถี่ถ้วนมากขึ้น”Ž ว่าที่ ร.อ.จิตร์กล่าว

ว่าที่ ร.อ.จิตร์กล่าวอีกว่า ภาครัฐควรมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังมากขึ้น ไม่ให้คนที่กระทำความผิดกลับมากระทำซ้ำ ขณะนี้ในกฎหมายฉบับต่างๆ มีการระบุโทษจากการกระทำความผิดไว้อยู่แล้วแต่ขึ้นกับการบังคับใช้ว่าจะมีผลมากเพียงใด ต้องทำให้รู้สึกเข็ด อย่างมีการยึดทรัพย์ผู้ที่กระทำความผิดปลอมแปลงผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นตัวอย่าง การเปรียบเทียบปรับ การจำคุก เป็นต้น

นายเชิญพร เต็งอำนวย นายกสมาคมสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน ให้ความเห็นว่า หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องมีกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจนผลิตภัณฑ์อาการเสริม ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนที่จะมีการนำอาหารเสริมออกสู่ตลาด (Pre Marketing) และหลังจากนำอาหารเสริมออกมาจำหน่ายทั่วไปแล้ว (Post Marketing) เพื่อป้องกันปลอมแปลงและการหลอกลวง จะทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบ เพราะที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างให้เห็นหลายกรณี

นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงแนวทางการดูแลผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเมจิก สกิน ว่ากลุ่มอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับ อย. เพื่อเพิ่มโทษผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ได้มาตรฐาน เดิมเป็นโทษของการจำหน่ายอาหารปลอม มีบทลงโทษจำคุกระหว่าง 3-5 ปี ต่อไปจะขอให้เป็นโทษของการจำหน่ายยาปลอม มีบทลงโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งพิจารณาแต่ละกรณีๆ ไป เพื่อให้ผู้ผลิตสินค้ามีความหลาบจำ

“สิ่งที่ต้องทำคือการเพิ่มโทษ อย่างในต่างประเทศ หากเป็นโรงงานที่ผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐาน จะมีโทษสั่งปิดโรงงานทันที อีกกรณีต่างประเทศใช้คือ การให้รางวัลนำจับเพื่อให้ผู้บริโภคช่วยสอดส่องตรวจสอบกับหน่วยราชการ”Ž นายนาคาญ์กล่าว และยอมรับว่า การขอ อย.เป็นเรื่องยาก แต่ขั้นตอนการผลิตกลับเป็นเรื่องง่าย บางรายขอ อย.มาประเภทหนึ่ง แต่ผลิตอีกประเภทหนึ่ง หรือบางรายผสมสารที่ผิดเงื่อนไขเพิ่มเติม อยากเตือนผู้บริโภค ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ต้องดูให้ดี เริ่มตั้งแต่การเข้าไปเสิร์ชชื่อผลิตภัณฑ์ในเว็บไซต์ อย.ว่าได้รับ อย.หรือไม่ ต้องดูว่า ชื่อผลิตภัณฑ์กับเลข อย.สอดคล้องกันหรือไม่ หากไม่ตรงแปลว่าของปลอม

นอกจากนี้ สามารถตรวจรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ของ ส.อ.ท. หัวข้อตรวจสอบรายชื่อโรงงาน ผลิตอาหารเสริมและเครื่องสำอางที่ได้คุณภาพ และอีกวิธีให้เลือกซื้อกับร้านค้าที่น่าเชื่อถือเท่านั้น ตอนนี้สินค้าปลอมมีการปลอมจนถึงตรา อย.ก็มี โดยเฉพาะสินค้าขายดี ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมขยายตัวเร็วมากจาก ที่ผ่านๆ มาอยู่ประมาณหลักหมื่นล้านบาท ขณะนี้ใกล้ระดับแสนล้านบาทแล้ว

“ขณะนี้กลุ่มอุตฯผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้จับมือกับจีเอส 1 ไทยแลนด์ เตรียมจัดทำตราสัญลักษณ์โดยการใช้เทคโนโลยีดราก้อน โค้ด จะเป็นตราสัญลักษณ์ที่ติดกับผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ ให้ผู้บริโภคใช้แอพพลิเคชั่นตรวจสอบได้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ปลอมหรือผลิตภัณฑ์จริง อยู่ระหว่างการทดลองใช้กับผลิตภัณฑ์บางตัว และจะใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลายภายใน 3 เดือนนับจากนี้”Ž นายนาคาญ์กล่าวทิ้งท้าย