สปสช.เผยจัดซื้อยาในภาพรวม ช่วยชาติประหยัดได้ปีละ 7 พันล้านบาท

3.04.16 | 17:06 น.

ภก.คณิตศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนระบบบริการยาและเวชภัณฑ์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า สปสช.ได้ทำการจัดซื้อยารวมเฉพาะรายการยาและวัคซีนที่มีความจำเป็น เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษา มูลค่า 6,000 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 4 ของการจัดซื้อยาทั้งระบบ โดยจะอยู่ในกลุ่มยากำพร้าและยาต้านพิษ ยาบัญชี จ2 (กลุ่มยาราคาแพง) วัคซีน และยากลุ่มโรคเรื้อรังที่ต้องมีระบบการจัดการพิเศษ ได้แก่ ยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี และน้ำยาล้างไต ที่ต้องมีการจัดระบบขนส่งถึงบ้านผู้ป่วย

ภก.คณิตศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ สปสช.ยังมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ดูแลเรื่องการบริหารจัดการกระจายยาสู่หน่วยบริการ โดยองค์การเภสัชฯ คิดค่าบริหารจัดการร้อยละ 1-5 ของมูลค่ายา” ภก.คณิตศักดิ์ กล่าวและว่า เหตุที่ สปสช.ไม่จัดซื้อยาโดยตรงกับเอกชนนั้น เป็นเพราะ สปสช.ต้องการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการดำเนินนโยบายนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการตั้งคำถามว่า การดำเนินนโยบายจัดซื้อยารวมระดับประเทศของ สปสช.เพื่อต้องการส่วนต่างจากค่าจัดซื้อยา ภก.คณิตศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีขั้นตอนใดที่ สปสช.สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องผลประโยขน์กับบริษัทยาได้ เพราะ สปสช.ไม่ได้เป็นผู้เจรจาต่อรองราคายากับบริษัทยาโดยตรง อีกทั้งการที่บริษัทยาขายยาเพื่อใช้กับผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ยังต้องเสนอราคาที่ต่ำกว่าราคาที่จำหน่วยในท้องตลาดด้วย แต่จากนโยบายจัดซื้อยารวมระดับประเทศนี้ ส่งผลให้บริษัทยายินยอมลดราคาให้มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบมูลค่าจัดซื้อยาในรายการเดียวกันที่ให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งทำการจัดซื้อกันเอง ถือเป็นการใช้งบประมาณที่คุ้มค่า ทำให้ประเทศประหยัดงบประมาณได้ถึง 7,000 ล้านบาท