ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการแชร์ข้อมูลผ่านไลน์แอพพลิเคชั่น เตือนการกินยาในผู้สูงอายุต้องระมัดระวังอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยระบุว่า “หมอตามโรงพยาบาลแนะนำให้เราทานยาทีละเม็ดไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ และน้ำพอควรที่เราเคยกลืนได้ พยาบาลส่งให้ทีละเม็ดเรารำคาญ อยากทานหลายเม็ดทีเดียว อันตรายมากอาจร่วงไปยังหลอดลม เกิดการอุดตันหายใจไม่ออกเสียชีวิตมานักต่อนักแล้ว และต้องตั้งใจกลืน ยิ่งคนสูงอายุยิ่งต้องตั้งใจเพราะกล้ามเนื้อเกี่ยวกับการกลืนหย่อนยานทำให้กลืนยาก จะได้ไม่เสียชีวิต โดยอุบัติเหตุนี้”
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาการสำลักจากการทานยาในผู้สูงอายุจะเป็นเคสๆ ไป เนื่องจากปัญหาจากการทานยามีหลายอย่าง ไม่ใช่แค่สำลัก ทั้งการกลืนยาหลายเม็ด การหลงลืมกินยามาก หรือกินยาผิด ซึ่งอันตรายมาก ดังนั้นการทานยาต้องมีการจัดแบ่งยาเป็นมื้อๆ และจัดทำเป็นตลับใส่ยาแบ่งเป็นเวลาในการทาน เพื่อป้องกันการหลงลืม โดยมีเขียนระบุไว้ด้วยบนตลับ อย่างไรก็ตามโดยปกติเมื่อผู้สูงอายุมาพบแพทย์ก็จะมีคำแนะนำให้ แต่จะเรียกผู้ใกล้ชิด ญาติ ลูกหลาน หรือผู้ดูแลมารับฟังวิธีการรับประทานยา ซึ่งจะแนะนำแนวทางปฏิบัติไว้ให้ ปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว เพราะอาจมีการหลงลืมการรับประทานยา หรือในบางรายก็อาจกินยาหลายเม็ดในคราวเดียว ซึ่งมีความเสี่ยงสำลักยาได้
“กระทรวงมีนโยบายดูแลผู้สูงอายุระยะยาว หรือ Long term care ซึ่งก็จะมีทีมลงพื้นที่เยี่ยมผู้สูงอายุอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญยังมีบุคลากรที่เรียกว่าอสค. หรืออาสาสมัครครอบครัว ในการทำงานระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุที่ติดบ้านติดเตียง หรือไม่มีคนดูแล คอยให้คำแนะนำ” โฆษกสธ.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมียาสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ นพ.โอภาสกล่าวว่า เป็นไปได้ในอนาคตอาจมีนวัตกรรม หรือรูปแบบยาที่เปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือยาน้ำก็อาจเป็นเจลลี่ เป็นต้น รวมไปถึงอาจมีนวัตกรรมแจ้งเตือนการรับประทานยาในผู้สูงวัยด้วย แต่ ณ ปัจจุบันที่สำคัญคือผู้ใกล้ชิดต้องคอยแนะนำและเตือนผู้สูงอายุที่บ้านในการรับประทานยา เนื่องจากเมื่อสูงวัยความเสี่ยงโรคเรื้อรังก็พบมากขึ้น การรับประทานยาก็มีหลายชนิด อาจทำให้หลงลืมหรือกินแล้วกินอีก รวมไปถึงบางรายไปกินหลายเม็ดซึ่งไม่ส่งผลดี ก็ต้องคอยดูแลใกล้ชิด ส่วนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว ทางกระทรวงก็มีนโยบายทำงานเชิงรุกอย่างการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวผ่านอสค.และเครือข่ายระดับพื้นที่ต่างๆ ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

