เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นางอุมาพร สุขม่วง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่จ.บุรีรัมย์ วันที่ 7-8 พฤษภาคม 2561 วศ.จะลงพื้นที่กลุ่มทอผ้าไหมพื้นเมืองบ้านสนวนนอก หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมและวิถีชีวิตพอเพียง อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ เพื่อสร้างอาชีพ ยกระดับภูมิภาค ตามนโยบายวิทย์แก้จนในโครงการบิ๊กร็อก (Big Rock) เพื่อส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศของดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีวท. และตามนโยบายรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อช่วยกระตุ้นและสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สามารถลดความเหลื่อมล้ำหรือแก้จนให้กับคนส่วนใหญ่ได้ ทั้งนี้ กลุ่มทอผ้าไหมพื้นเมืองบ้านสนวนนอก หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมและวิถีชีวิตพอเพียง อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ มีชื่อเสียงในเรื่องวิธีการทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า “ผ้าไหมหางกระรอก” กระบวนการผลิตผ้าทอของกลุ่มเริ่มตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การสาวไหม ตีเกลียว รวมถึงการทอออกมาเป็นผ้าทอที่เป็นผืนสวยงาม โดยวศ.นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปแก้ไขปัญหาพัฒนาการผลิตของกลุ่ม หลังจากพบว่าการผลิตผ้าทอของกลุ่มมีปัญหาด้านต้นทุนการผลิตและปัญหาด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ผ้าทอที่ได้ยังไม่คงที่

อธิบดีวศ.กล่าวต่อว่า วศ.ส่งทีมนักวิทยาศาสตร์ลงพื้นที่เชิงลึกเพื่อให้คำปรึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนากระบวนการผลิต ตั้งแต่ช่วยให้คำแนะนำเรื่องการปรับลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น เน้นการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นที่หาง่าย เช่น การฟอกกาวไหมด้วยด่างจากธรรมชาติ โดยใช้ด่างจากขี้เถ้าใต้เตามาใช้ฟอกกาวไหม ไปจนถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการย้อมสีเส้นใยไหมด้วยวัสดุธรรมชาติที่หาง่ายในท้องถิ่น เช่น แก่นขนุน เปลือกเพกา แก่นเข เปลือกมะพร้าว มาย้อมเส้นใยเพื่อให้ได้สีจากธรรมชาติ นอกจากนี้แล้วชาวบ้านยังมีความต้องการสีย้อมเคมีที่ปลอดภัย ทางนักวิจัยจากวศ.จึงได้นำเทคโนโลยีการย้อมสีเคมีที่ปลอดภัยและประหยัดพลังงานไปถ่ายทอดให้แก่กลุ่มด้วย

นางอุมาพรกล่าวอีกว่า ที่สำคัญวศ.ช่วยเพิ่มมูลค่าผ้าทอด้วยนวัตกรรม Color ID Labeling เนื่องจากผ้าทอมือที่ย้อมสีธรรมชาติยังมีข้อจํากัดของวัตถุดิบจากธรรมชาติที่ใช้ในการย้อมที่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศของแต่ละช่วงเวลา ทําให้การย้อมในแต่ละปีมีเฉดสีที่แตกต่างกันไป นวัตกรรม Color ID Labeling จะเป็นการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือวิทยาศาสตร์มาตรวจวิเคราะห์และกําหนดค่ามาตรฐานการย้อมให้ได้มาตรฐานและสามารถอ่านค่าของสีออกมาเป็นตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานสากล ทั้งยังส่งเสริมอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ประจําท้องถิ่นทําให้กลุ่มลูกค้าสามารถจําแนกแหล่งที่ผลิตได้ว่าผ้าผืนดังกล่าวได้ผลิตที่ไหนและปีไหน สามารถรักษาองค์ความรู้และออกแบบลวดลายผืนผ้าและเทคนิคการทอให้มีเอกลักษณ์สินค้าเฉพาะถิ่นโดยเฉพาะผ้าทอมือของไทยไม่ให้สูญหาย รวมถึงสามารถนําค่าสีนั้นตั้งเป็น color id ร่วมกับ การทํา AR Code ในฉลากที่สามารถทําให้ผู้ซื้อสามารถสอบกลับถึงแหล่งที่มาและกระบวนการผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคว่าได้สินค้าของแท้จากแหล่งที่ผลิตโดยตรงอันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม อีกทั้งยังสามารถขยายตลาดของผลิตภัณฑ์สินค้าที่มีเอกลักษณ์ประจําถิ่นอีกทางหนึ่ง นําไปสู่การสร้างตลาดระดับสากลในอนาคตได้

