ครูปรีชามอบทนายยื่นศาลไต่สวน-มีคำสั่งลงโทษ ‘ทนายตั้ม’ ฐานละเมิดอำนาจศาล

3.05.18 | 18:42 น.

จากกรณี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายความประชาชน และทนายความทางฝ่าย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ คู่กรณีของนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี ปมคดีหวย 30 ล้าน ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยระบุว่า CD คลิปเสียงครูปรีชาจำนวน 4,500 คลิป ที่ ปอท.ดึงมาจากการใช้ข้อมูลโทรศัพท์ของครูปรีชา กับทุกๆ คู่สนทนาหาย หลังจากที่ทนายตั้มขอคัดลอกคลิปเสียงในแผ่นซีดีที่ทาง ปอท.ได้จัดส่งมายังศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวน โดยทนายตั้มได้ระบุว่าหายที่บริเวณตลาดพื้นที่ตำบลตลาดกระทุ่มแบนนั้น

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายปรีชาเปิดเผยว่า คลิปเสียงดังกล่าวเป็นหลักฐานในกระบวนการยุติธรรม และเป็นหลักฐานในเรื่องของคดีความ การที่ทนายษิทราซึ่งเป็นนักกฎหมาย เป็นทนายความ นำเอาคลิปเสียงดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนด้วยการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก และยังอ้างว่าได้ทำแผ่นซีดีคลิปเสียงดังกล่าวหายไป ตนจึงได้มอบหมายให้นายสุพัฒน์ อดุลย์ศิริอังกูร ทนายความส่วนตัว ไปยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี ขอให้ศาลไต่สวน และมีคำสั่งลงโทษทนายษิทรา ฐานละเมิดอำนาจศาลในการกระทำของนายษิทราดังกล่าว ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าทนายษิทราจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าได้ทำซีดีหายจริงหรือไม่ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นยังชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงด้วยว่า การที่ทนายษิทราระบุว่าได้นำแผ่นซีดีดังกล่าวใส่กระเป๋าไว้ ก่อนจะทำตกหล่นหายไป เป็นการตอกย้ำว่าการที่ลอตเตอรี่ของตนหล่นหายนั้น เป็นเรื่องจริง และมีคนที่เก็บลอตเตอรี่ได้จริง

“หากมีการนำคลิปเสียงดังกล่าวไปเผยแพร่ จะต้องผ่านกระบวนการของศาล เพราะเป็นหลักฐานของกระบวนการยุติธรรม โดยต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย เพราะถือเป็นการละเมิดศาล และละเมิดสิทธิส่วนบุคคล กรณีเสียงในคลิปเสียงดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นผมนั้น ผมยังไม่ได้ฟัง จึงไม่ทราบว่าเป็นคลิปของใครบ้าง ต้องขอฟังก่อน จึงจะตอบได้ว่าเป็นเสียงของผมหรือของใครกันแน่ ซึ่งทราบว่าทางทนายฝ่ายผมได้ไปรับคลิปเสียงดังกล่าวมาแล้ว อยากฝากบอกผู้ที่รู้ว่าตัวเองกำลังละเมิดสิทธิของผู้อื่น ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าวเสีย เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดี ในสังคมไทยถ้ามีคนแบบนี้อยู่จำนวนมาก สังคมจะมีแต่ความวุ่นวาย ความวุ่นวายไม่ได้เกิดจากฝ่ายเรา ดังนั้น ขอให้คิด และทบทวนให้ดีด้วยว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้น ได้ละเมิดสิทธิของผู้อื่นอยู่หรือไม่ และเมื่อเราถูกละเมิด เราก็ต้องใช้สิทธิตามกฎหมาย ก็จะต้องมีการฟ้องร้องกันต่อไป” นายปรีชา กล่าว

นายปรีชากล่าวอีกว่า หลักฐานที่เตรียมไว้สำหรับต่อสู้ในชั้นศาล มีทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ หลักฐานที่เป็นเอกสาร และบุคคลที่เป็นประจักษ์พยาน ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ และเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในหลายๆ เรื่อง บุคคลเหล่านั้นจึงพร้อมที่จะมาเป็นพยานในศาลให้ ซึ่งมีหลายคนยังไม่เคยถูกพนักงานสอบสวนสอบปากคำเลยก็มี ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ทนายวรยุทธได้มาจากการลงพื้นที่ไปสอบถาม ตรวจสอบ และสำรวจด้วยตัวเอง จนได้พบกับพยานดังกล่าวที่จะมาเป็นพยานปากเอก ที่จะบอกได้ว่าเรื่องจริงคือลอตเตอรี่เป็นของตน และตนทำหล่นหายจริง

นายปรีชากล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม จนถึงตรงนี้ตนมั่นใจว่าลอตเตอรี่เป็นของตน อีกทั้ง ประจักษ์พยานยังยืนยันว่า ลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวมีคนเก็บได้จริง และพยานบางคนยังเล่าให้ทนายฟังด้วยว่าผู้ที่เก็บลอตเตอรี่ได้ ยังเดินถามด้วยว่าลอตเตอรี่ของใครหล่น ยังไม่ออกรางวัล ดังนั้น บุคคลเหล่านี้จึงพร้อมที่จะเป็นพยาน เพราะเห็นเหตุการณ์จริง ดังนั้น ทุกอย่างในสิ่งที่เรามีจริง เห็นจริง หล่นหายจริง ตนจึงพร้อมที่จะเข้าสู่ศาล ทั้งคดีแพ่ง และคดีอาญา ส่วนการจัดทำหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊ก ขณะนี้กำลังให้ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช่วยกันตรวจสอบถึงความเหมาะสมของการใช้ตัวอักษร และตรวจทานคำผิดถูก สำหรับหนังสือจะใช้ชื่อว่า “คำพิพากษาของสังคมในคดีหวย 30 ล้าน ของครูปรีชา ใคร่ครวญ”

Advertisement

“พ็อคเก็ตบุ๊กดังกล่าวเกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจ เกิดจากความคิด จากสิ่งที่เราพบเจอปัญหามาตลอด 5-6 เดือน และเราผ่านพ้นปัญหามาได้อย่างไร ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ มุมมอง ความรู้ ซึ่งวันหนึ่งวันใดเราอาจจะมีเรื่องของคดีความก็ได้ เราจะได้รู้ว่าเราจะอยู่อย่างไรเมื่อต้องเจอกับคดีความ ต้องเจอกับโลกโซเชียล และในสังคมในปัจจุบัน แต่เราจะต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะอยู่ในหนังสือทั้งหมด ซึ่งตอนนี้มีแฟนคลับสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก แต่ยังไม่ได้กำหนดราคา คิดว่าจะแจกให้แฟนคลับก่อน คาดว่าประมาณปลายเดือนพฤษภาคมนี้ จะได้อ่านกัน” นายปรีชากล่าว