เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 พฤษภาคม ที่บก.สส.บช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น. และพ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก. กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายนภัทร์ จันอัญพร อายุ 34 ปี และนายสุทิวัส แมนสถิตย์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคู่หูหนุ่มแสบลักบัตรประชาชนผู้อื่นไปเปิดบัญชีโกงขายของแบรนด์เนมในเฟสบุคผู้เสียหายหลายราย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ที่บริเวณ ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง1 รังสิต-นครนายก28 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
สืบเนื่องจากตามนโยบาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้เร่งรัดสืบสวนปราบปราม จับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไปร่วมทั้งคดีที่ก่อให้เกิดความเสียหายประชาชนในวงกว้าง ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. โดยคดีนี้ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นกลุ่มชายรักร่วมเพศ ได้รู้จักกับนายเอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหายทางแอพริเคชั่นในโทรศัพท์ จากนั้นได้นัดพบปะกัน จนเหยื่อไว้เนื้อเชื่อใจ จนผู้เสียหายลืมบัตรประชาชนไว้ที่ห้องพัก ซึ่งทั้งคู่สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้นั้น
ต่อมาคนร้ายจึงได้ร่วมกันลักเอาบัตรประชาชนของนายเอ ไปเปิดบัญชีธนาคารและเบอร์โทรศัพท์ เพื่อนำบัญชีธนาคารและเบอร์โทรศัพท์ ไปทำการหลอกลวงผู้เสียหายรายอื่น ๆ ในการขายของ ประเภท กระเป๋าสตรีนำเข้ายี่ห้อดัง เครื่องเสียง และโทรศัพท์มือถือ ผ่านเวปไซด์ต่าง ๆในอินเตอร์เน็ต แต่ไม่ได้ส่งสินค้าตามที่ประกาศไว้ ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองได้เงินจากการหลอกลวงซื้อขายของผ่านอินเตอร์เน็ต จนมีผู้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้หลายท้องที่ โดยได้มีผู้เสียหายได้โพสข้อความเพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมตัวเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ในโลกโซเชี่ยวเน็ตเวิร์ค จำนวนมาก
สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพ โดยนำเงินที่ได้ไปใช้เที่ยวเตร่ตามสถานยันเทิงต่างๆ อย่างไรก็ตาม ทางบก.สส.บช.น.ขอเรียนกับพี่น้องประชาชนว่า จากการตรวจสอบน่าเชื่อว่า 2 หนุ่มดังกล่าวน่าจะมีการกระทำผิดในลักษณะเช่นนี้อีกหลายครั้งจึงอยากให้ผู้เสียหายไปตรวจสอบหรือไปแจ้งความร้องทุกข์ในท้องที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีนี้ต่อไป หากเชื่อว่าเป็นผู้ที่เคยร่วมกระทำผิดสามารถสอบถามได้ที่ สน.ประชาชื่น ทั้งนี้กรณีมีเบาะแสหรือมีข้อสงสัยจะถูกหลอกลวงสามารถให้เบาะแสหรือขอคำปรึกษาได้ที่ เพจของ กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษากับประชาชนได้อีกทาง

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบประวัตินายนภัทร์ มีหมายจับอื่นอีกจำนวน 5 หมายคือ หมายจับศาลอาญา ที่ 1926/2560 ลงวันที่ 23 ส.ค.60 โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์” สน.ลาดพร้าว หมายจับศาลอาญา ที่ จ.880/2561 ลงวันที่ 25 เม.ย.61 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์” สน.โชคชัย หมายจับศาลจังหวัดสิงห์บุรี ที่ 139/2560 ลงวันที่ 29 มิ.ย.60 โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกง” สภ.อินทร์บุรี หมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.432/2560 ลงวันที่ 9 ส.ค.60 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกง” สภ.เมืองนครปฐม และหมายจับศาลจังหวัดน่าน ที่ 128/2560 ลงวันที่ 10 พ.ย.60 โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงทรัพย์” สภ.ภูธรเวียงสา
ส่วนนายสุทิวัส มีหมายจับอื่นอีกจำนวน 3 หมายคือ หมายจับศาลอาญา ที่ จ.881/2561 ลงวันที่ 25เม.ย.61 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่น” สน.โชคชัย หมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.433/2560 ลงวันที่ 9 ส.ค.60 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกง” สภ.เมืองนครปฐม และหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 392/2560 ลงวันที่ 3ก.ค.60 โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงทรัพย์” สน.ราษฎร์บูรณะ
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันทำให้เสียหายฯ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

