‘พิษสุนัขบ้า’ บาน เด้ง ‘อธิบดี’ สอบ ‘วัคซีนเก๊’ž

4.05.18 | 10:26 น.

ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา สังคมให้ความสนใจกับการระบาดของ โรคพิษสุนัขบ้าŽ อย่างต่อเนื่อง

ตามที่ “นสพ.พรพิทักษ์ พันธ์หล้า” หัวหน้ากลุ่มโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า ช่วงต้นปีนี้หัวสุนัขที่มีเชื้อบวกหรือเชื้อพิษสุนัขบ้า สูงกว่าช่วงต้นปีที่แล้วถึง 2 เท่า เช่น ในเดือนกุมภาพันธ์พบหัวสุนัขมีเชื้อบวก 160 ตัว เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2560 พบหัวสุนัขเชื้อบวกเพียง 79 ตัว

และในช่วงสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์รายงานว่า การประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ในช่วงเดือนมกราคม-28 เมษายน 2561 มีการประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราว (อายุ 30 วัน) แล้ว 47 จังหวัด ปัจจุบันคงเหลือ 38 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ระยอง สมุทรปราการ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครพนม มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด เชียงราย พิจิตร กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง สุราษฎร์ธานี สงขลา และสตูล

สอดคล้องกับที่ทางนาย “สรวิศ ธานีโต” ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์โรคระบาดสัตว์มีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ 38 จังหวัด จากจำนวนที่เคยมีสูงสุด 47 จังหวัด ซึ่งเรื่องนี้ทางกรมปศุสัตว์ก็กำลังมอนิเตอร์ข้อมูล เช่น หากพบสัตว์ที่ต้องสงสัยหรือตาย เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จะต้องนำสัตว์ที่พบไปตรวจที่ศูนย์วิจัยและชันสูตรโรคสัตว์ โดยสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาครึ่งวันเท่านั้น

ท่ามกลางการทำงานอย่างเต็มที่ของกระทรวงสาธารณสุข กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลับปรากฏสิ่งผิดปกติในการจัดซื้อวัคซีนพิษสุนัขบ้าที่ส่อความไม่โปร่งใส ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน ตลอดจนกระแสข่าววัคซีนปลอม

Advertisement

และสำหรับเรื่องวุ่นๆ นี้ “กฤษฎา บุญราช” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้เรียกประชุมและสั่งการให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯจัดตั้ง “คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง” เรื่องวัคซีนพิษสุนัขบ้า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 โดยแต่งตั้งให้นายสุรพงษ์ เจียสกุล รองปลัดเกษตรฯ เป็นประธานกรรมการ และมีผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยงานอื่นๆ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย เช่น ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้แทนจากสัตวแพทยสภา เป็นต้น มาเป็นคณะกรรมการครั้งนี้ด้วย พร้อมกับขีดเส้นใต้ว่าจะต้องดำเนินการสอบสวนให้เสร็จภายใน 30 วัน

นายกฤษฎากล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ต้องตรวจสอบเรื่องมาตรการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และขั้นตอนของการจัดหาวัคซีนของกรมปศุสัตว์ ในประเด็นหลักที่จะต้องชี้แจงสังคม ประกอบด้วย การชี้แจงเรื่องครอบครัวของข้าราชการกรมปศุสัตว์ค้าขายวัคซีนปลอมต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปี การชี้แจงเรื่องนำวัคซีนไม่มีคุณภาพไปฉีดให้กับสัตว์ การตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงการชี้แจงเรื่องผู้ที่ได้รับประโยชน์

นายกฤษฎาเน้นย้ำด้วยว่า ทุกฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมือกันในการสอบสวนตามที่ได้มอบนโยบายไปแล้ว ขณะนี้อำนาจอยู่ที่กรรมการสอบสวน หากพบว่ามีการทำผิดจริงจะมีโทษทางวินัยและอาญา โดยเฉพาะการกระทำความผิดโดยเจตนา จะเข้าองค์ประกอบมาตรา 157 ที่ระบุว่าผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท

หลังจากรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม “เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ” ปลัดกระทรวงเกษตรฯให้สัมภาษณ์ว่า ขั้นตอนหลังจากที่ได้รับผลสอบจากคณะกรรมการสอบสวนฯแล้ว ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์แต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการ 5 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องการจัดซื้อวัคซีนพิษสุนัขบ้า โดยเฉพาะในปี 2559 ที่พบความผิดปกติ

”คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ส่งเรื่องมาแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขั้นตอนหลังจากนี้ทางกรมปศุสัตว์จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบข้าราชการตามอำนาจกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ทางนสพ.อภัยยอมลงจากตำแหน่ง เพื่อที่จะสร้างความโปร่งใสและไม่มีข้อวิจารณ์ในเรื่องการตั้งกรรมการ” นายเลิศวิโรจน์กล่าว

สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีคำสั่งเด้งอธิบดีกรมปศุสัตว์คนปัจจุบัน ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า ที่ประชุม ครม.มีมติให้นสพ.อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วให้นสพ.สรวิศ ธานีโต ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ายมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมปศุสัตว์แทน

ซึ่งการปรับตำแหน่งในครั้งนี้ โดยรัฐมนตรีกฤษฎาให้เหตุผลการโยกย้าย เพื่อให้การสอบสวนปัญหาการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นไปตามที่นสพ.อภัยร้องขอมาเอง

สิ่งที่จะต้องติดตามต่อจากนี้คือ การสอบวินัยข้าราชการกรมปศุสัตว์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อวัคซีนจะนำไปสู่การอุดช่องโหว่ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเดิมอย่างไร