ตร.สรุป เหตุก่อกวนใต้ทั้งคืน 4 จว. ขึงป้าย-เผาเสาสัญญาณ 26 จุด ชี้สร้างสถานการณ์ ผบ.ตร.สั่งจับดำเนินคดี

4.05.18 | 15:41 น.

วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า ได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 3-4 พฤษภาคม เวลากลางคืนต่อเนื่องกัน เกิดเหตุก่อกวน เผายางรถยนต์ เผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ แขวนป้ายผ้า ในพื้นที่จ.ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และพื้นที่ สภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ในหลายท้องที่ จำนวน 17 ท้องที่สถานีตำรวจรวม 26 เหตุการณ์ ดังนี้

“1.พื้นที่ จ.ยะลา เกิดเหตุในพื้นที่ สภ.ลำใหม่ 3 เหตุการณ์, สภ.บันนังสตา 1 เหตุการณ์, สภ.ธารโต 2 เหตุการณ์, สภ.กรงปินัง 3 เหตุการณ์
2.พื้นที่ จ.นราธิวาส เกิดเหตุในพื้นที่ สภ.ตากใบ 1 เหตุการณ์, สภ.รือเสาะ 2 เหตุการณ์, สภ.จะแนะ 1 เหตุการณ์, สภ.บาเจาะ 1 เหตุการณ์, สภ.สุไหงโก-ลก 1 เหตุการณ์, สภ.ยี่งอ 1 เหตุการณ์
3.พื้นที่ จ.ปัตตานี เกิดเหตุเผายางรถยนต์ เผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ แขวนป้ายผ้า ในพื้นที่ สภ.ยะรัง 1 เหตุการณ์, สภ.หนองจิก 1 เหตุการณ์, สภ.มายอ 1 เหตุการณ์, สภ.บ้านโสร่ง 1 เหตุการณ์, สภ.นาประดู่ 1 เหตุการณ์, สภ.กะพ้อ 4 เหตุการณ์
4.พื้นที่ จ.สงขลา เกิดเหตุแขวนป้ายผ้า พื้นที่ สภ.สะบ้าย้อย 1 เหตุการณ์”

รองโฆษก ตร.กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุระเบิด ถ่ายภาพทำแผนที่เกิดเหตุ ทำแผนที่สังเขปแสดงที่เกิดเหตุ และดำเนินการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสหรือข้อมูลของคนที่ก่อเหตุและตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่เกิดเหตุ

รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า สำหรับสาเหตุระเบิดในครั้งนี้เป็นการสร้างสถานการณ์ของคนร้ายในพื้นที่ พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว รวมทั้งให้เร่งสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ โดยเฉพาะผู้มีคดีค้างเก่า เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุนในพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรมในการเพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สำคัญที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะแบบนี้ ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจและชุมชน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา เฝ้าสังเกตบุคคล วัตถุต้องสงสัย หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที