พ่อ 2 นรต. กระโดดร่มไม่กาง ร้อง ‘บิ๊กต๊อก’ -ผบ.ตร. หลัง คดี ลูกชาย 2 ปี ไม่คืบ

4.04.16 | 12:43 น.

พ่อ 2 นรต. กระโดดร่มไม่กาง ร้อง “บิ๊กต๊อก” -ผบตร. หลัง คดี ลูกชายผ่านมา 2 ปี ไร้คืบหน้า

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 เมษายน ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายจตุรงค์ ติรสุวรรณสุข ชาว จ.นครราชสีมา บิดา นรต.ณัฐวุฒิ ติรสุวรรณสุข และนายสาธร พุทธชัยยงค์ ชาว จ.ราชบุรี บิดา นรต.ชยากร พุทธชัยยงค์ ที่เสียชีวิตจากกรณีสลิงขาดขณะฝึกกระโดดร่ม เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2557 เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังคดีของลูกชายผ่านมา 2 ปี ยังไม่มีความคืบหน้า และพนักงานสอบสวนยังไม่มีการส่งสำนวนคดีไปให้อัยการส่งฟ้อง ซึ่งความล่าช้าดังกล่าวจงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยมี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับเรื่อง

นายจตุรงค์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีหลายคนสอบถามมายังตนว่าคดีของลูกชายมีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วบ้าง ซึ่งไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ เพราะทางพนักงานสอบสวนไม่เคยแจ้งความคืบหน้าทางคดีมายังครอบครัวของเราทั้งสองเลย ดังนั้น ในวันนี้ทางครอบครัวจึงเดินทางมาร้องเรียนยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ติดตามความคืบหน้าทางคดีให้ได้รับความกระจ่างอย่างเป็นธรรม สำหรับคดีดังกล่าว เบื้องต้นทราบเพียงว่าคดียังอยู่ในชั้นการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและยังไม่เคยส่งสำนวนไปยังอัยการเลย ซึ่งตนไม่ทราบว่าเวลาผ่านมาแล้ว 2 ปี ทำไมจึงยังไม่ส่งคดีไปยังอัยการ ทั้งที่คดีนี้ไม่ได้มีความสลับซับซ้อนอะไร จึงทำให้ตนรู้สึกกังวลและเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีที่เกิดความล่าช้า

นายจตุรงค์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการช่วยเหลือนั้น หลังจากลูกชายเสียชีวิต ก็ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้เงินช่วยเหลือในการจัดงานศพเป็นเงิน 250,000 บาท เงินส่วนตัวของพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในขณะนั้น 100,000 บาท กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้จ่ายเงินชดเชยให้ตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 จำนวน 100,000 บาท และจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจอีกรวม 100,000 บาท อย่างไรก็ตาม การสูญเสียลูกชายในครั้งนี้ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้ อีกทั้ง ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นซ้ำรอยเหมือนลูกชายของเราทั้งสองคนอีก จึงต้องการเร่งรัดให้คดีเป็นไปตามกฎหมาย

นายสาธร กล่าวว่า อยากฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องมีความพร้อมในเรื่องของการฝึกซ้อมเมื่อมีการฝึกหัดภาคสนาม และอยากให้มีการดำเนินคดีโดยเร็ว ถึงแม้จะมีเรื่องทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็ตาม ซึ่งต้องให้ความสำคัญของชีวิตแก่เด็กที่เข้ารับการศึกษา เพราะเด็กเมื่อสั่งให้ทำอะไรก็จะปฏิบัติอย่างเต็มที่และไม่ได้คิดอะไร อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เราจะเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนยังสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ด้วย

Advertisement

image

ด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า เบื้องต้นได้โทรศัพท์ประสานไปยังพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งทางผบ.ตร.ก็รับว่าจะดำเนินการเรื่องให้โดยเร็ว และให้ทั้งสองครอบครัวไปเข้าพบในช่วงบ่ายของวันนี้ (4 เม.ย.) อีกทั้ง เท่าที่ตนได้พูดคุยกับทั้งสองครอบครัวก็ทราบว่ายังมีความรู้สึกว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรมในส่วนของการดำเนินคดี ทั้งนี้ ตนมองว่าคดีดังกล่าวอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่เนื่องจากมีปัญหาความล่าช้าจึงได้ประสานเพื่อให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าพบ ผบ.ตร. แล้ว หากทางครอบครัวยังรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมในทางกฎหมายก็สามารถมายื่นเรื่องได้ที่กระทรวงยุติธรรมอีกครั้ง และทางเราก็ยินดีคำปรึกษาทางกฎหมาย แต่ขณะนี้ตนคิดว่าทางผบ.ตร.น่าจะเป็นผู้ที่แก้ไขปัญหานี้ได้ดีที่สุด

ต่อมา เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)นายจตุรงค์ และนายสาธร เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อให้ช่วยเร่งรัดคดีการเสียชีวิตของลูกชายไม่คืบหน้า โดยมี พ.ต.ท.บัญชาศิลป์ บุญมณี รองผู้กำกับการ 6 กองกำกับการ 3 เป็นผู้รับหนังสือแทน

นายจตุรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เคยสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้รับคำตอบว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนแจ้งข้อกล่าวหาทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 11 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอหนังสือตอบรับจากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ซึ่งครอบครัวมองว่าการทำคดีนั้นมีความล่าช้าเนื่องจากคดีไม่มีความซับซ้อนมากนั้น เหตุใดคดีดังกล่าวยังไม่สามารถส่งฟ้องอัยการได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจติดอยู่ในระดับเหนือกว่าพนักงานสอบสวนก็เป็นได้ ทั้งยังเคยถูกขู่เอาชีวิต ซึ่งตนได้เข้าไปแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐานเอาไว้แล้ว

ด้านนายสาทรกล่าวว่ายังเคยมีผู้ที่อยู่ในส่วนของกระบวนการยุติธรรมโทรมาประสานให้ตนโทรไปหาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในสายกระบวนการยุติธรรม จึงมองว่ากระบวนการถูกแทรกแซงอย่างเด่นชัด และทำให้ตนคิดว่าความหวังในการเรียกร้องขอความเป็นธรรมของตนคงยาก เพราะผู้ถูกกล่าวหาคงประวิงเวลาให้นานที่สุดเหมือนหลายคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันผู้ถูกกล่าวหายังเป็นข้าราชการที่มียศสูงถึงระดับ พล.อ. และในส่วนของตำรวจก็มียศ พ.ต.อ. อีกหลายนาย