เขตหนองจอกเร่งเจรจาบ้าน 44 หลัง รุก ‘คลองแสนแสบ’ ทำเขื่อนล่าช้า

7.05.18 | 10:54 น.

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ร่วมกับนายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) พร้อมทางเดินริมคลองแสนแสบ บริเวณประตูระบายน้ำหนองจอก ถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร และคลองนครเนื่องเขต จากคลองแสนแสบถึงบริเวณคลองหลวงแพ่ง เขตหนองจอก ว่า เขื่อนดังกล่าวระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร (กม.) ใช้เวลาก่อสร้าง 1,500 วัน จะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 3 มิถุนายน 2563 ปัจจุบันทำได้ร้อยละ 48 ประกอบด้วย การก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. (สมอยึดด้านหลัง) พร้อมทางเดิน เสาเขื่อน จำนวน 6,818 ต้น เสาสมอ จำนวน 6,601 ต้น แผงกันดิน ค.ส.ล. จำนวน 6,559 ช่อง คานทับหลังเขื่อนและทางเดิน ค.ส.ล. จำนวน 6,951 ม. คานทับหลังสมอ จำนวน 4,142 แห่ง แผงกั้นน้ำ จำนวน 1,515 ม. ส่วนงานที่ยังต้องดำเนินการต่อ ได้แก่ การก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. (สมอยึดด้านหลัง) พร้อมทางเดิน เสาเขื่อน จำนวน 6,548 ต้น เสาสมอ จำนวน 6,765 ต้น แผงกันดิน ค.ส.ล. จำนวน 13,439 ช่อง คานทับหลังเขื่อนและทางเดิน ค.ส.ล. จำนวน 13,858 ม. คานทับหลังสมอ จำนวน 6,415 แห่ง แผงกั้นน้ำ จำนวน 8,735 ม.

นายจักกพันธุ์กล่าวว่า การก่อสร้างดังกล่าวติดปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน เนื่องจากมีบ้านรุกล้ำ 145 ราย ประกอบด้วย รุกล้ำคลองแสนแสบ 33 ราย รุกล้ำคลองแสนแสบ ช่วงตลาด-ประตูน้ำ 64 ราย รุกล้ำคลองนครเนื่องเขต 48 ราย ขณะนี้ได้ดำเนินการรื้อย้ายแล้ว 52 ราย ยินยอมรื้อย้าย 49 ราย ไม่ยินยอมรื้อย้าย 42 ราย และไม่พบเจ้าของบ้าน 2 ราย

Advertisement

“จากความยาวเขื่อนทั้งหมด 20 กม. ผู้รับจ้างติดปัญหาในการก่อสร้างอยู่เพียง 1.5 กม.เท่านั้น ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตหนองจอกลงพื้นที่เจรจาสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่บ้านเรือนรุกล้ำคลอง ให้เห็นถึงความสำคัญของส่วนรวมและให้ความร่วมมือในการรื้อย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อจะได้นำเครื่องจักรและอุปกรณ์เข้าดำเนินการก่อสร้างเขื่อนดังกล่าวต่อไป” นายจักกพันธุ์กล่าว และว่า หากโครงการแล้วเสร็จ ประตูระบายน้ำหนองจอกถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร และคลองนครเนื่องเขตจากคลองแสนแสบถึงคลองหลวงแพ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันออกได้ดียิ่งขึ้น