คนเมืองกับ ‘ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ’

7.05.18 | 12:38 น.

ปัจจุบันมีการนำกล้องวงจรปิด หรือกล้องวิดีโอตรวจการ-เฝ้าระวัง มาเป็นอุปกรณ์ช่วยในการบันทึกข้อมูล ตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านค้าทั่วไป โรงแรม หรือสถานที่หน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัย แต่ยังสามารถทำได้เพียงบันทึกภาพเหตุการณ์นั้นๆ เอาไว้ ไม่สามารถตรวจจับหรือจดจำตัวบุคคลได้ อย่างระบบ Smart Building ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะŽ สามารถที่จะป้องกันการเกิดเหตุร้ายจากบุคคลต้องสงสัยด้วยระบบการจดจำใบหน้าที่จะส่งข้อมูลแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ให้รู้ตัวก่อนเกิดเหตุ ถือเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และยังสามารถนำไปใช้ในการประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

นายคริส ตั้งศิลสัตย์ วิศวกรรมระดับภูมิภาค และผู้จัดการฝึกหัด บริษัท แอ็กซิส คอมมูนิเคชั่น จำกัด กล่าวว่า เทคโนโลยีเรื่องกล้องและการรักษาความปลอดภัยในปัจจุบันมีหลากหลาย แต่ละผลิตภัณฑ์มีการพัฒนาต่อยอดในทุกปี แต่ระบบรักษาความปลอดภัยส่วนใหญ่ในเมืองไทยมักจะมีการแยกระบบการทำงานออกเป็นส่วนๆ เช่น ส่วนควบคุม ตัวกล้อง ซอฟต์แวร์ระบบ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มผู้ผลิตน้อยรายที่จะสามารถนำเอาระบบต่างๆ ที่แยกกันอยู่นั้นมารวมกันให้เป็นระบบเดียวได้ หากสามารถนำเอาทุกระบบมารวมกันได้จากระบบรักษาความปลอดภัยธรรมดา ก็จะกลายเป็นระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ

ทั้งนี้ บริษัท แอ็กซิส คอมมูนิเคชั่น จำกัด ได้ร่วมบริษัท เบคอม อินเตอร์เน็ทเวอร์ค จำกัด ในการสร้าง ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะŽ ขึ้น ซึ่งระบบสามารถแบ่งแยกเพศ อายุ และนับจำนวนคนได้ ซึ่งทำให้สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปต่อยอดความคิดได้

Advertisement

นายธนกฤต โรจนศิรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบคอม อินเตอร์เน็ทเวอร์ค จำกัด กล่าวว่า แอ็กซิสสามารถนำระบบที่แยกกันทำงานให้ทำงานร่วมกันได้ โดยการปรับปรุงระบบที่ลูกค้ามีอยู่แล้วนั่นคือกล้อง ด้วยวิธีการพัฒนากล้องวิดีโอบันทึกภาพทั่วไปให้สามารถจดจำใบหน้าได้ด้วย กลายเป็นระบบจดจำใบหน้าอัจฉริยะ ระบบนี้สามารถรักษาความปลอดภัยช่วยคัดกรองบุคคลต้องสงสัยได้กรณี เช่น มีบุคคลต้องสงสัยหรือเป็นบุคคลที่เคยก่อคดีกับทางผู้ใช้ไว้ซึ่งสามารถบันทึกชื่อ ใบหน้า ของผู้ก่อเหตุลงในรายชื่อบัญชีดำได้ เมื่อบุคคลนี้กลับมาอีก และตรวจเจอระบบจะส่งการประมวลผลไปยังซอฟต์แวร์ที่ตั้งค่าไว้ จากนั้นจะส่งข้อมูลมายังศูนย์ควบคุม ซึ่งศูนย์ควบคุมสามารถประกาศแจ้งเตือนออกลำโพงถึงผู้บุกรุกได้ว่า ขณะนี้คุณกำลังบุกรุกพื้นที่อยู่ และระบบยังสามารถแนะนำต่อได้ว่าเราควรทำอย่างไรต่อไป

การที่ได้นำเอาระบบที่มีอยู่มารวมกันทำให้เกิดประสิทธิภาพที่สูงขึ้นจากเดิม สรุปกระบวนการทำงานของระบบคือเป็นการนำกล้องมาทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถสั่งการ เก็บบันทึกข้อมูลไว้ได้ เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ทำให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเบื้องต้นคือการทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยทั่วไป ให้กลายเป็นระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่สามารถตั้งค่าให้ทำตามคำสั่งได้ เช่น การตั้งเวลาประกาศแจ้งเตือน การจดจำลูกค้า VIP ด้วยระบบจดจำใบหน้า เป็นต้น

นายธนกฤต กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังสามารถนำเอาระบบไปใช้ในการสั่งให้เปิด-ปิดไฟ เช่น นำไปใช้กับถนนคือ เมื่อไม่มีรถผ่านระบบก็จะทำให้ไฟถนนลดความสว่างลงจาก100% เหลือร้อยละ 10 แต่หากมีรถวิ่งผ่านก็เพิ่มความสว่างไฟขึ้น แล้วแต่จะตั้งค่าระบบให้อยู่ที่เท่าไร โดยใช้กล้องในการตรวจจับและส่งคำสั่งไปยังซอฟต์แวร์ให้ปรับระดับความสว่างของไฟบนถนน ซึ่งหากนำไปใช้นอกจากจะเกิดประโยชน์ด้านความปลอดภัยยังเกิดประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงาน

นอกจากนี้ ยังสามารถนำระบบไปใช้กับการปรับลดอุณหภูมิแอร์ภายในห้อง อาคารหรือสถานที่ หรือนำไปใช้กับโรงพยาบาลที่สามารถทำให้ควบคุมการประกาศออกลำโพงเฉพาะโซนได้ เป็นต้น

สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากการพัฒนาระบบคือ สามารถตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละธุรกิจได้ โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือทุกกลุ่มแล้วแต่ว่าลูกค้าจะนำไปใช้ในรูปแบบใด เช่น การติดตั้งในอาคาร บ้าน หรือตามสถานที่ต่างๆ การพัฒนาระบบต่อไปในอนาคตจะนำความต้องการของลูกค้ามาเป็นตัวกำหนดและหากสามารถพัฒนาต่อยอดได้ก็จะดำเนินการ ระบบนี้อาจมีต้นทุนที่สูงในการนำไปใช้แต่ หากลูกค้ามองเห็นถึงความจำเป็นของระบบ ก็จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ