หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวค้นจับกุม “ติ๊งค์” นายพันธิตร มหาเปารยะ อายุ 27 ปี ลูกชายของนางวรกร จาติกวณิช ภรรยา นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับของกลางโคเคน ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงจำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 0.92 กรัม หลอดพลาสติกสีดำ 2 อัน และจากการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายพันธิตรรับสารภาพว่าซื้อโคเคนเพื่อมาเสพ ในราคา 1,000 บาท ต่อมามีการส่งตัวดำเนินคดี และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ทำให้คนนึกถึงยาเสพติดชนิดนี้อีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปพักใหญ่
สำหรับโคเคนนั้นเข้ามาระบาดแพร่หลายในประเทศไทยเกือบ 20 ปีก่อน จากกลุ่มชาวต่างชาติ กลุ่มนักเรียนนอก จากนั้นก็เริ่มขยายวงไปยังดารา นักร้อง และเซเลบริตี้ แวดวงสังคมไฮโซ ผู้มีอันจะกิน จัดปาร์ตี้สังสรรค์เฉพาะกลุ่ม เนื่องจากโคเคนจะมีราคาค่อนข้างสูง และหาซื้อได้ยาก
ต่อมาก็ขยายตลาดไปยังสถานบันเทิง ผับบาร์ ที่กลุ่มคนพวกนี้นัดรวมตัว สังสรรค์
การปรากฏข่าวบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือลูก หลานนามสกุลดัง เซเลบริตี้ แถวหน้าของเมืองไทย ทั้งแวดวงการเมือง นักธุรกิจ ไฮโซ ดารา เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โคเคนครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ก็กลายเป็นประเด็นพบเห็นอย่างต่อเนื่อง
เหตุใดโคเคนจึงเป็นที่นิยมในหมู่แวดวงเศรษฐี คนมีเงิน?
โคเคนเป็นยาเสพติดในกลุ่มที่เรียกว่าคลับดรัก อยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 2 จะเป็นที่นิยมของกลุ่มคนที่มีฐานะทางการเงิน กลุ่มนักเรียนนอก กลุ่มแวดวงไฮโซ ศิลปิน ดารา นักแสดงบางคน แหล่งซื้อขายส่วนใหญ่เป็นสถานบันเทิง เพราะตัวยาประเภทนี้เมื่อเสพเข้าไปแล้วจะสร้างความบันเทิง โคเคนจะออกฤทธิ์กดประสาท จะทำให้รู้สึกเคลิ้ม อารมณ์ดี สนุกกับปาร์ตี้ ล่องลอยไปกับเสียงเพลง นึกไปเองว่าอาการเหล่านี้คือการคลายเครียด
สำหรับโคเคนนั้นราคาในท้องตลาดค่อนข้างสูง ดังนั้น กลุ่มผู้เสพก็จะเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อเท่านั้น
ประเด็นนี้ นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ระบุถึงสาเหตุราคาของโคเคนที่สูงกว่ายาเสพติดทั่วไป และเป็นนิยมของแวดวงคนดังในสังคมว่า สาเหตุหนึ่งที่โคเคนมีราคาสูงนั้นก็เป็นเพราะการลักลอบนำเข้าจากอเมริกาใต้ แต่ละครั้งนั้นจะมีปริมาณน้อย ใช้ช่องทางสนามบินเป็นหลัก ต้องพักยาในหลายประเทศ ก่อนนำส่งไปยังเอเยนต์ เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า
ดังนั้น ราคาต้นทุนของโคเคนจะมีราคาสูง เมื่อนำเข้ามาขายตลาด ก็ต้องบวกกำไรเพิ่มขึ้นไปราคาก็ต้องสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อโคเคน ก็ต้องเป็นคนในแวดวงไฮโซ คนดังในหลายวงการ ที่มีศักยภาพทางการเงินพร้อมจ่าย ดังนั้นตลาดโคเคนจึงมีเฉพาะกลุ่ม พอสมควร
อีกทั้งยังเชื่อว่าเป็นยาเสพติดอีกเกรดหนึ่ง หากเทียบกับพวกกลุ่มยาบ้าที่คนทั่วไปเสพ เชื่อว่ามีผลต่อร่างกายน้อยกว่า กลุ่มเฮโรฮีนหรือยาบ้า เพราะโคนเคนเป็นการสกัดจากใบโคคา แต่ยาบ้าเป็นสารเคมี เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เพราะยาเสพติดทุกตัวเป็นอันตรายพอๆ กัน
นายศิรินทร์ยากล่าว ยังบอกอีกว่า สำหรับเรตราคาของโคเคน ข้อมูลจาก ป.ป.ส.พบว่าราคาไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ถ้าเป็นราคาขายส่งจะมีราคา 1,000,000-1,500,000 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาขายปลีกจะตกอยู่ที่ 2,500-3,000 บาทต่อกรัม
สอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้จับกุมการลักลอบนำเข้าโคเคนได้ของกลางมากกว่า 10.41 กิโลกรัม
ครั้งนั้น พล.ต.ท. สมหมายออกมาระบุข้อมูลว่า ความนิยมส่วนใหญ่อยู่ในแวดวงไฮโซ คนธรรมดาซื้อไม่ได้เพราะราคาแพง ส่วนจะมีดาราเกี่ยวข้องหรือไม่ยังไม่พูด บอกแต่มีแน่ คนพวกนี้มีเงินมาก จะไม่ขายแต่เสพ ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล
ในส่วนของสถานการณ์การค้าโคเคน ในช่วงปี 2555-2559 นั้น เลขาธิการ ป.ป.ส.ระบุว่า จากการพิจารณาข้อมูลจำนวนคดี และจำนวนผู้ต้องหามีแนวโน้มลดลง จากเดิมในปี 2555 จับกุมได้ 85 คดี ผู้ต้องหา 99 คน ลดลงเหลือ 59 คดี ผู้ต้องหา 69 คน ในปี 2559 ส่วนปี 2560 (ต.ค.2559-ก.ค.2560) จับกุมได้ 43 คดี ผู้ต้องหา 61 คน
ขณะที่ปริมาณของกลางมีการแกว่งตัวขึ้นลง โดยในปี 2555 มีการยึดโคเคนได้ทั้งหมด 24.2 กก. ปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 58.0 กก. แต่พอปี 2557 ลดลงเหลือ 36.1 กก. แต่ใน ปี 2558 และ ปี 2559 ยึดได้ 50.1 กก. และ 50.6 กก. ตามลำดับ ส่วนปี 2560 (ต.ค.2559-ก.ค.2560) ยึดได้ 30.3 กก.
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้เข้ารับการบำบัดโคเคนนั้น เลขาธิการ ป.ป.ส.ให้ข้อมูลว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะมีผู้เข้ารับการบำบัดรักษาโคเคนไม่เกิน 40 คน ถ้าหากดูจากสถิติผู้เข้ารับการบำบัดรักษาถือว่ามีจำนวนไม่มากนัก
แต่พบว่าแนวโน้มในช่วง 2 ปีหลัง จะมีผู้เข้าบำบัดลดลง ในปี 2558 มีผู้เข้ารับการบำบัดรักษา 34 คน ลดลงเป็น 19 คน ในปี 2559 สำหรับปี 2560 (ตุลาคม 2559-กรกฎาคม 2560) มีจำนวน 14 คน พื้นที่หรือจังหวัดที่มีผู้เข้ารับการบำบัด มากที่สุดก็คือกรุงเทพมหานคร เป็นผู้เข้ามาบำบัดรักษารายใหม่ ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 25-29 ปี เป็นนักเรียน นักศึกษา รองลงมาเป็นกลุ่มอาชีพรับจ้าง ค้าขายและกลุ่มว่างงาน จะเป็นเพศชายส่วนใหญ่
เมื่อแยกส่วนในการจำแนกผู้บำบัด ก็จะพบว่าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้เสพและผู้ติดเป็นหลัก มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 50.0 และร้อยละ 35.7 ตามลำดับ เนื่องจากผู้ที่เสพโคเคนน้อยรายที่จะสามารถเลิกเสพได้
และมีข้อมูลที่น่าสนใจ พบว่ากลุ่มคนเข้ารับการบำบัดนั้น ส่วนใหญ่เป็นคนในกลุ่มบุตรหลานคนดังในแวดวงสังคมชั้นสูง พ่อแม่ต้องการให้ลูกเลิกยาเสพติดจึงพามาบำบัดรักษาอย่างถูกต้อง

