จากกรณีเจ้าหน้าที่ กก.6 บก.ป. นำกำลังบุกจับกุมตัวนายชาญณรงค์ โพธิ์งาม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120/70 ซอยเสรีไทย 49/1 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 902/2561 ลง 27 เมษายน ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” หลังก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายในพื้นที่ภาคใต้ให้นำเงินมาร่วมลงทุนกับบริษัทเอสเอฟ กรุ๊ป ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการขายแฟรนไชส์เคาน์เตอร์เซอร์วิส เช่น จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ จ่ายบิลต่างๆ และสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทางเว็บไซต์ของบริษัท โดยผู้ที่สนใจจะสมัครเสียเงินสมัครสมาชิกขั้นต่ำรายละ 9 หมื่นบาทต่อคน โดยอ้างว่าจะได้เงินปันผล ร้อยละ 5 ต่อเดือนของเงินลงทุน ทั้งนี้หากใครสามารถหาสมาชิกมาเพิ่มได้ก็จะได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าแนะนำ 2.5 หมื่นบาทต่อคน และหากแนะนำสองคนขึ้นไปจะได้เพิ่มรายละ 7,500 บาท พร้อมไปเที่ยวต่างประเทศฟรี นอกจากนี้นายชาญณรงค์ยังได้อ้างอีกว่าเคยได้รับรางวัลคนไทยตัวอย่างและเคยออกรายการอายุน้อยร้อยล้าน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ตามที่ได้เคยนำเสนอไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.ชาญณรงค์ เพชรนิล อายุ 62 ปี ชาว จ.สงขลา อดีตตำรวจเกษียณอายุราชการ พร้อมด้วยผู้เสียหายจำนวนกว่า 10 รายเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ธราดล เหมพัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.6 บก.ป. เพื่อยื่นเรื่องขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน เนื่องจากคดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายค่อนข้างมากจึงเกรงว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวไปนั้นจะเกิดการหลบหนี เบื้องต้นทาง พ.ต.ท.ธราดลได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา
ต่อมาเวลา 11.30 น. พ.ต.ท.ธราดล พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ป. ได้ทำการเบิกตัวนายชาญณรงค์ ผู้ต้องหาไปทำการฝากขังยังศาลอาญาในผลัดแรก ทั้งนี้ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังคุมตัวนายชาญณรงค์ เดินไปขึ้นรถที่บริเวณด้านหน้าอาคารนั้น ได้เกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อยระหว่างผู้ต้องหากับกลุ่มผู้เสียหายที่ มาเฝ้ารอเห็นหน้าผู้ต้องหารายนี้ เนื่องจากผู้เสียหายส่วนใหญ่ยังคงโกรธแค้นที่ถูกหลอกจนทำให้เป็นหนี้สินหลายแสนบาท


