พ.ต.ท.สันธนะ โชว์ “บิ๊กแป๊ะ” ผบ.ตร. โทรกลับ – ตั้งโต๊ะแฉเบื้องหลังค้นตลาด(คลิป)

7.05.18 | 16:47 น.

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ตลาดใหม่ดอนเมือง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล  ได้ติดต่อไปหา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โทรศัพท์ไปหาผบ.ตร. 2 ครั้งปรากฏว่าไม่รับสาย จึงเริ่มแถลงข่าวทันที โดยตอนแรกกล่าวว่าทางผบ.ตร.มีสัญญาใจกับตนอยู่ ตนยังเคยโทรศัพท์ไปหาหลายครั้ง ระหว่างแถลงข่าวเบอร์โทรศัพท์ ของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้โทร.กลับมา ทางพ.ต.ท.สันธนะได้รับสายก่อนได้รับแจ้งว่าตอนนี้เดินทางไปกับทางครม.สัญจรที่จ.บุรีรัมย์ เดี๋ยวจะโทร.กลับ เมื่อวางสายทางพ.ต.ท.สันธนะมีอาการเงียบลงไปสักพักก่อนจะเริ่มแถลงข่าวต่อ และมีท่าทีกับผบ.ตร.เปลี่ยนไป โดยบอกว่าให้ทางผบ.ตร.ทำงานก่อน

พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า เมื่อเกิดเหตุรัฐประหารเมื่อปี 2557 ทางคสช.ได้เรียกตนเข้าไปพบ โดยให้อยู่เฉย ๆ ถ้าไม่หยุดจะต่อยท้อง อ้างว่าขอให้พี่ๆทำงานให้แก่บ้านเมือง ก็ยอมหยุด แต่มันมีเหตุเรื่องตัวเลขผลประโยชน์หลายล้านที่พี่ๆ ทำแล้วตนไปเห็นพอดี เป็นจำนวนเงินที่ไม่สามารถเข้าบัญชีธนาคารอย่างถูกกฎหมายได้ ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์จากเพื่อน ๆที่รับราชการเป็นนายพลให้ตนอยู่เฉย ๆ เพียงแต่รับทราบ แต่ไม่รับปาก โดยทหารที่เข้ามาพูดคุยก็เป็นคนในรัฐบาลนั่นเอง อยู่ในศูนย์กลางอำนาจ ซึ่งตนก็ติดนิสัยตำรวจได้บันทึกการโทร.เข้าโทร.ออกหมด หากถามว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองไหม ขอตอบว่า มันจะไม่ใช่เรื่องการเมืองได้อย่างไร

พ.ต.ท.สันธนะกล่าวต่อว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการบุกค้นตลาด เรื่องผลประโยชน์นี้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนเงินสูง ทุกคนเข้าใจว่าเป็นเพราะตน ทั้ง ๆ ที่ก็นิ่งเฉยแล้ว แต่เรื่องนี้มันเข้าสู่ระบบกระบวนการทางกฎหมายแล้ว ทำให้พี่ ๆ ได้รับความเสียหาย ไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงมีความแค้นและมุ่งมาหาตน ทั้งนี้ต้องกราบขอโทษ เฮียเส็ง หรือนายสุชาติ โชว์วิวัฒยา กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมืองจำกัด ด้วย ที่ความหวังดีกลายเป็นประสงค์ร้าย ทำให้เกิดความเสียหายต่อตลาด ตนเคารพนับถือเฮียเส็ง โดยมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ขอยกมือไหว้ขอโทษผู้ค้าทุกคน ทั้งนี้เฮียเส็งเพิ่งเข้ามาดูแลได้ตลาดได้เพียง 2 ปีเท่านั้น ก่อนหน้านี้เฮียเส็งกับหุ้นส่วน ได้ร่วมกันพัฒนาตลาด ก่อนจะไปทำธุรกิจที่อื่น ระหว่างนั้นมีคนชื่อ “เบิ้ม” เป็นผู้ดูแลตลาดและเรียกเก็บเงินพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงที่จอดรถ มีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ 107 ล้านบาท แต่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เมื่อ เฮียเส็งกลับมา ทางพรรคพวกของนายเบิ้ม รู้ว่าจะเสียผลประโยชน์จึงไม่พอใจ ได้เรียกมาคุยกินกาแฟกัน แต่ลูกน้องนายเบิ้มก็ยังมายิงคนในตลาด จึงถูกสั่งห้ามเข้ามาในตลาดอีก นอกจากนี้ยังมีผู้ใหญ่ที่เคยดูแลตลาด ตนก็ชี้แจงเรื่องความเสียหายการก่อสร้างล่าช้าซึ่งผู้ใหญ่ได้ลงทุนไป ก็ได้โอนเงินไปให้ทุกเดือน เดือนละ 100,000 บาท จนผู้ใหญ่พอใจ บอกไม่ต้องโอนเงินมาให้อีก

พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเฮียเส็งเลย ตนมาด้วยความจริงใจ แต่ก็เกิดเรื่องแบบนี้ได้ในที่สุด การบุกค้นตลาดเกิดจากความไม่พอใจตน เลือกค้นตลาดเพราะมีประเด็นเกาะกระแสได้ พี่ๆต้องการให้เข้าไปกราบขอขมา แต่เป็นคนกระด้างก็ไม่ได้เดินทางไป แต่สำหรับพี่ ๆ แล้ว น้องคนนี้มีแต่ครับอย่างเดียว ทั้งนี้ รู้ว่าหลังจากนี้ใครจะมาดูแลตลาดต่อ แต่มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่อยากพูดถึง ส่วนการยกเลิกสัญญากับกรมธนารักษ์นั้น ยังมีขั้นตอนทางกฎหมายอีกมาก มีขั้นตอนในศาลปกครองอยู่ ส่วนเรื่องจะเข้าค้นบัญชี กรอบรูปและนามบัตรในห้องทำงานชั้น 2 อาคารพลาซ่าริมน้ำ ต้องเรียนว่าเป็นห้องที่ไม่ได้อยู่แล้ว ได้ทิ้งขยะไปเท่านั้น ไม่รู้ทำไมถึงจะไปตรวจสอบเอกสารเหล่านั้น ทั้งนี้ขอกล่าวถึง พล.ต.อ.วิระชัย และพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ . สำหรับพล.ต.อ.วิระชัยนั้น ตนรู้จักผู้ใหญ่ 3 คนที่จะรอ อบรม พล.ต.อ.วิระชัยอยู่ อีกทั้งพล.ต.ท.วิระชัย นรต.37 รุ่นเดียวกับน้องชายคนเล็ก ส่วนพล.ต.ท.สุรเชษฐ์นั้น นับนิ้วยังไม่รู้เลยว่ารุ่นไหน

Advertisement

“ผมเกิดที่แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน อยู่ในพื้นที่เดียวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จบโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก จบเหล่าเตรียมทหาร โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 33 ตอนเด็กเคยไปอยู่บ้านหลังหนึ่งตรงสี่แยกเทเวศร์ บ้านที่เวลามีเทศกาลสำคัญ ๆ นายทหารจะเข้าประตูข้างกัน แต่ผมมีกุญแจไขประตูหน้าบ้าน ผมเคยอยู่กองปราบปรามสามยอด รู้จักกับสารวัตรนายหนึ่งที่ผมเรียกว่าพี่ ตอนนี้อายุ 70 กว่าปีแล้ว เป็นผู้ยิ่งใหญ่ฝั่งธนบุรี การมาจับครีมกระปุกแบบนี้ ผมไม่เคยทำ เคยอยู่ในจุดที่มันมากกว่านี้ แต่ที่เข้ามาเพราะห่วงใยตลาด” พ.ต.ท.สันธนะกล่าว