สถานะการเงิน 48รพ.สาธารณสุข ไตรมาส2ดีขึ้น

9.05.18 | 17:01 น.

เมื่อพูดถึงโรงพยาบาล (รพ.) ขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือวิกฤตการเงินของ รพ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คนในแวดวงรู้ดีว่า รพ.แต่ละแห่งมีภาระงานค่อนข้างมาก ขณะที่งบประมาณก็จำกัด จนเคยเป็นปัญหาข้อเรียกร้องต่างๆ หนำซ้ำต้องมีการระดมทุนขอบริจาคกันยกใหญ่

แต่เรื่องนี้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการติดตามและร่วมหาวิธีในการแก้ปัญหามาตลอด ไม่ใช่แค่การจัดสรรงบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บัตรทอง) ให้แก่ รพ.เท่านั้น แต่ในแง่การบริหารจัดการด้านการเงินการคลังของระดับ
ผู้อำนวยการ รพ.แต่ละแห่งก็สำคัญ

เรื่องนี้ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้เรียกประชุมโรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) และโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) ทั่วประเทศ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นเพื่อติดตามสถานการณ์ทางด้านการเงินการคลัง ทั้งนี้ พบว่า รพ.ในสังกัด สธ. จำนวน 48 แห่ง เดิมแต่ละแห่งล้วนมีปัญหาวิกฤตการเงินระดับ 7 เป็นระดับสูงสุด มาก่อน แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการ มีการอบรมจากส่วนกลางลงมา และร่วมกันแก้ปัญหา ทั้งกำลังคน ทั้งยา ฯลฯ ปรากฏว่าไตรมาส 2 ของปี 2561 รพ.เหล่านี้มีสภาพการเงินคล่องขึ้น เหลืออยู่ระดับ 4-6 ทาง สธ.ได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สภาพการเงินดีขึ้น เบื้องต้นทาง สธ.ก็มีการกันเงินส่วนกลางช่วยเหลือ รพ.ที่ประสบปัญหา โดยกันไว้เฉลี่ยปีละ 300 ล้านบาท และกำชับทาง รพ.แต่ละแห่งว่า หากมีปัญหาอะไรในด้านการบริหารทางด้านการเงินให้แจ้งมายังส่วนกลาง เพื่อหาทางช่วยเหลือกันต่อไป

นพ.ไพศาล เกื้ออรุณ

ด้าน นพ.ไพศาล เกื้ออรุณ นายเเพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวถึงปัญหาการขาดสถาพคล่องทางการเงินของโรงพยาบาลทั้ง 4 แห่ง ใน จ.นครศรีธรรมราช ต้องยอมรับเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็กผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั้ง 4 แห่งเป็นคนรุ่นใหม่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล คิดบวก ถามว่าเครียดหรือไม่ ผ่านความรู้สึกเหล่านี้มานาน พยายามแก้ปัญหาด้วยการสร้างรายรับให้มากกว่ารายจ่าย ชะลอในหมวดการก่อสร้าง เราไม่อยากใช้คำว่าวิกฤต เพราะทั้ง 4 โรงพยาบาล อยู่ในระดับเฝ้าระวัง ดังนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหาจึงไม่ยาก อีกอย่างเรามีโรงพยาบาลพี่ๆ ขนาดใหญ่ที่คอยเกื้อหนุนดูแลโรงพยาบาลขนาดเล็กกันอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ช่วยเหลือกัน

“ผมยึดแนวการวิเคราะห์ทางการตลาดผมเป็นนักวิเคราะห์ จึงนำหลักวิชานี้มาใช้ ไม่ทำให้ทุกฝ่ายอึดอัด เหมือนเช่นบางโรงพยาบาลก็ต้องหาวิธีการว่าจะสร้างรายรับด้วยวิธีการใด เพื่อนำมาชดเชยเพื่อลดระดับรายจ่ายลง ท่านผู้ตรวจราชการก็เดินทางมาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เมื่อเช้าวันนี้ก็มีการพูดคุยประชุมกัน ถามว่าทิศทางและแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ตอบได้ว่า รพ.ทั้ง 4 แห่งมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ต้องดูทีละไตรมาส ควบคุมรายรับรายจ่าย จะประคองตัวเองได้ และหาก สปสช.โอนถ่ายเงินมาตามจำนวนที่กำหนดก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ผมมั่นใจว่าทั้ง 4 แห่งนครศรีธรรมราชแก้ปัญหาได้ ภาวะความเครียดและอึดอัดผ่านมาแล้วเหลือเพียงแนวทางแก้ไขปัญหาเท่านั้น”Ž นพ.ไพศาลกล่าว

Advertisement
นพ.สมชาติ ลีวรรณเจริญ

นพ.สมชาติ ลีวรรณเจริญ ผอ.รพ.ป่าโมก จ.อ่างทอง กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเริ่มส่อเค้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 เรื่อยมา ปัญหาส่วนใหญ่คืองบประมาณที่จัดสรรมาให้เรานั้นไม่เพียงพอ เพราะว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดสรรให้เป็นรายหัวต่อประชาชน 1 คน ยกตัวอย่างเช่นในปี 2560 สปสช.จ่ายให้เป็นจำนวนเงิน 3,109 บาท ต่อ 1 คน ซึ่งในแต่ละปีจะมีการจัดสรรไม่เท่ากัน นอกเหนือจากนั้นคือ โรงพยาบาลไม่ได้ดูแลเฉพาะคนในพื้นที่ ซึ่งรวมไปถึงพื้นที่โดยรอบของป่าโมก เช่น พื้นที่ผักไห่ พื้นที่บางบาล เป็นต้น ที่สะดวกมาใช้บริการของโรงพยาบาลป่าโมก รวมไปถึงเด็กกำพร้าหรือเด็กชาวเขาที่อาศัยอยู่ที่วัดโบสถ์วรดิตถ์และวัดสระแก้วจำนวนหลายพันคนที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาลป่าโมก เด็กจำนวนมากเหล่านี้ บางคนยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเลยก็มี ใครมีเลข 13 หลัก เราก็กรอกเลขทำเรื่องไป ถามว่าคนที่ไม่มีเลขแล้วเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา จะให้เราดูอยู่เฉยๆ เหรอ เราทำไม่ได้ ก็ต้องทำการรักษาให้เขา ซึ่งเราก็ยินดีให้บริการ ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาเราก็ทำการเรียกเก็บเงินจากโรงพยาบาลต้นทางของผู้ป่วยที่มาทำการรักษา ซึ่งเราเองก็เข้าใจว่าปัญหานี้เป็นปัญหาของโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย ว่าส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องการเงินเหมือนเราทั้งนั้น ซึ่งเรียกเก็บไปก็ไม่ได้มา

ด้าน นายสุรินทร์ ปริมาณ นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) ท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ในฐานะที่ปรึกษากองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ทราบและรับรู้ว่าโรงพยาบาลท่าปลา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอที่ให้บริการด้านการรักษาพยาบาลกับคนท่าปลาทั้งอำเภอ แต่มากกว่า 10 ปีมาแล้วที่ประสบปัญหากับการขาดทุนมากกว่าปีละ 4 ล้านบาท อาคาร รถยนต์ เครื่องมือแพทย์ ตลอดจนอาคารที่พักแพทย์พยาบาลก็ไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติม เนื่องจากขาดงบประมาณจึงขาดสภาพคล่อง ได้หารือกับนายเสรี นพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าปลา ว่า จะทำอย่างไรกับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะเครื่องมือที่ให้การรักษาดูแลฟันของประชาชนในพื้นที่ อ.ท่าปลา ที่มีปัญหามาก สุดท้ายจึงแนะนำให้โรงพยาบาลท่าปลา ทำโครงการเสนอไปยังกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ จำนวน 500,000 บาท เพื่อนำมาซื้อเครื่องมือแพทย์สำหรับรักษาพยาบาลดูแลฟันของประชาชน ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากเพราะเป็นการให้การบริการและดูแลรักษาคนทั้งอำเภอ ดีกว่านำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นที่ไม่เป็นรูปธรรม หรือนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนทำสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดประโยชน์เท่าที่ควร หรือไม่มีประโยชน์เลย

นพ.เอกชัย มุกดาพิทักษ์

นพ.เอกชัย มุกดาพิทักษ์ ผอ.รพ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ดัชนีตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุข เคยประสบปัญหาทางการเงินสูงสุดระดับ 7 เมื่อปี 2556-2557 เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการลงทุนขยายตัวโรงพยาบาลเพื่อรองรับการบริการประชาชน ได้แก้ปัญหาโดยควบคุมการใช้จ่ายและเพิ่มงานบริการที่เป็นรายได้เข้าสู่โรงพยาบาล ทำให้สถานะปัญหาทางการเงินลดลงอยู่ในระดับ 4 ซึ่งกลุ่มบริการเกี่ยวกับผู้มีสิทธิเบิกของราชการจากกรมบัญชีกลาง ถือว่าไม่ขาดทุน ส่วนกลุ่มประกันสังคม เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนถือว่ายังขาดทุนเล็กน้อย และกลุ่มผู้ป่วยใน ยังขาดทุนอยู่บ้าง

นพ.ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ผอ.รพ.ดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เผยว่า เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ซึ่งผู้ใหญ่รับทราบและหาทางช่วยเหลืออยู่ แต่โรงพยาบาลประจำอำเภอ หรือโรงพยาบาลชุมชน มีกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ จึงต้องลำดับความสำคัญก่อนหลัง ซึ่งโรงพยาบาลดอยสะเก็ด เป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง มีแพทย์ 8 คน บุคลากรทางการแพทย์กว่า 200 คน และมีเตียงนอน 60 เตียง มีผู้ป่วยเข้ารับบริการเฉลี่ยวันละ 300-400 คน แต่ยืนยันสามารถบริหารจัดการและให้บริการได้ ตามภารกิจหน้าที่และนโยบายของรัฐเกี่ยวกับบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค โดยยึดความปลอดภัยผู้ป่วย หรือผู้เข้ารับการรักษาเป็นสำคัญ