เมื่อกลุ่ม “คนอยากเลือกตั้ง” นัดชุมนุมกันหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ที่จะเป็นวัน “ครบรอบ” 4 ปีที่ คสช.ยึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ก็จุดชนวนให้สนใจด้วยการตั้งข้อสงสัยว่า
“คนกลุ่มนี้เป็นเยาวชน เป็นนักศึกษา ไปย้อนดูสิว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาเป็นอย่างไร วัตถุประสงค์และเจตนารมณ์เป็นอย่างไร มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่”
ยิ่งกว่าสงสัย คือ ขู่ว่าถ้าดำเนินคดีขึ้นมาก็จะเรียนหนังสือไม่จบ และต่อไปจะไม่มีใครรับเข้าทำงาน
แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ!?
สมัยก่อนนักเรียนนักศึกษาต่อต้าน “เผด็จการทหาร” หนักกว่านี้หลายเท่า อำนาจเถื่อนคุกคาม ไล่ล่า ฆ่ากันจนต้องหนีเข้าป่าไปพึ่ง พคท. แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน สังคมพัฒนาขึ้นคนฉลาดขึ้น ที่หนีไปก็กลับมาเรียนหนังสือ จบดอกเตอร์กันก็มากมาย เป็นครูบาอาจารย์สอนทั้งมหาวิทยาลัยในประเทศและต่างประเทศ ที่เป็นนักการเมืองก็เป็นรัฐมนตรีถึงรองนายกรัฐมนตรีก็มี
คนเราถ้าไม่รู้จักมักคุ้นกันก็อาจทำให้สงสัยกันได้ แต่ “ความสงสัย” นั้นก็ควรมีเชิง ไม่ใช่สงสัยแบบป้ายสี ข่มขู่ลูกหลาน หรือหลอกเด็ก!
แล้วอย่างที่นายกรัฐมนตรีไปประชุม ครม.สัญจรที่บุรีรัมย์นั่นล่ะ
ควรหรือไม่ ที่จะถูกตั้งข้อสงสัย!?
“อิสสระ สมชัย” อดีต ส.ส.อุบลราชธานี ประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสงสัยว่า การไปบุรีรัมย์ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เพื่อ “มัดจำทางการเมือง”
หลังเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์แน่นอน
ส่วน “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสงสัยว่า
เมื่อปี 2557 ทหารเข้าค้นสนามช้าง อารีน่า ไฉนปี 2561 จูบปากกันที่สนามช้าง อารีน่า เล่า
ขณะที่ “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทยให้ข้อสังเกตว่า รัฐบาล คสช.ทำอะไรได้ทุกอย่าง แต่ไม่ยอมปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรม แบบนี้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแข่งขันที่เสรีและยุติธรรมหรือไม่
ขนาดเปิดทำเนียบดูดยังไม่ทันใจ ต้องเดินสายลงไปดูดถึงในพื้นที่
ในปรากฏการณ์ “บุรีรัมย์” นี้เราสามารถมีวิธีคิดวิธีมองที่แตกต่างกันออกไป
แต่กล่าวสำหรับชาวพุทธแล้ว มิพักถึงกับต้องใช้หลัก “โยนิโสมนสิการ” หรอก แค่อาศัย “กาลามสูตร” พิจารณาใคร่ครวญความเคลื่อนไหว
ข้อสงสัยอันควรถามไถ่ก็แตกประเด็นกันได้ยาวๆ !?!!

