ชุด’มีชัย’สับงานสอบสวน เกิดคดี มีเรื่องแจ้งความโรงพักไหนก็ได้ ชงเกณฑ์อัยการร่วมสอบสวน ยังไม่แตะ ตม.

11.05.18 | 04:16 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. … เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการเป็นประธาน มีมติให้จัดทำกฎหมายกลางเพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ในการสอบสวน เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกและได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น โดยหลักการสำคัญ ๆ ที่จะได้รับการบรรจุไว้ อาทิ

“ให้ประชาชนสามารถแจ้งความได้ในทุกสถานี ไม่เฉพาะแต่ในสถานีท้องที่เกิดเหตุเท่านั้น สถานีที่รับแจ้งความหากมิใช่สถานีท้องที่เกิดเหตุจะเป็นผู้ส่งรายละเอียดไปยังสถานีท้องที่เกิดเหตุเอง ให้ทุกสถานีมีอำนาจสอบสวนคดีที่ไม่ได้เกิดในท้องที่ของตนได้ด้วย เช่น คดีที่เกิดขึ้นในขบวนรถไฟที่เคยอยู่ในเขตอำนาจของตำรวจรถไฟ คดีที่เกิดขึ้นในทางหลวงแผ่นดินสายที่เป็นเขตอำนาจของตำรวจทางหลวง”
“กรณีประชาชนทำเอกสารหายไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันแล้วนำบันทึกประจำวันนั้นไปยังหน่วยงานผู้ออกเอกสารเพื่อให้ออกเอกสารใหม่ให้อีกต่อไป แต่จะกำหนดให้สามารถไปแจ้งที่หน่วยงานผู้ออกเอกสารนั้นที่เดียวได้เลย ในคดีที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ อาจตั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษนั้น ๆ เป็นผู้ช่วยพนักงานสอบสวน หรือที่ปรึกษาพนักงานสอบสวน”นายคำนูณเผย

นายคำนูณ เผยด้วยว่า นอกจากนี้ยังกำหนดหลักเกณฑ์การเข้ามาร่วมสอบสวนของพนักงานอัยการ ขณะเดียวกันกำหนดให้ต้องพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหาไว้ในสำนวนคดีตั้งแต่ต้นด้วย ไม่ใช่เฉพาะพยานหลักฐานที่ปรักปรำผู้กล่าวหาเท่านั้น

กรรมการพิจารณาปฏิรูปตำรวจ เผยอีกว่า ส่วนประเด็นภารกิจของหน่วยตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ว่าควรจะยังอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไปเหมือนเดิมหรือถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานอื่น หลังรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้านจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองการต่างประเทศ และผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว ที่ประชุมเห็นควรให้รอการพิจารณาไว้ก่อน เพื่อรอผลความคืบหน้าในการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เรื่องภาพรวมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการคนเข้าเมืองทั้งระบบ ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้ก.พ.ร.ศึกษาตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560

นายคำนูณ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติให้พักการประชุมคณะกรรมการไว้ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ฝ่ายเลขานุการและคณะทำงานที่ได้รับมอบหมายไปจัดทำร่างกฎหมายและร่างกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้ตกลงกันมาตลอดการประชุมทั้ง 9 ครั้งนับตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 เมษายนเพื่อนำมาพิจารณากันในรายละเอียดต่อไป