เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมาย ว่า สมาคมประมงแจ้งว่าขณะนี้ขาดแรงงานอีกกว่า 4 หมื่นคน โดยขอให้กระทรวงแรงงานผลักดันให้ใช้มาตรา 83 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประมง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ที่ประชุมได้สั่งการให้กรมการจัดหางาน (กกจ.) สนับสนุน ส่งเสริม อำนวยความสะดวก ให้นำเข้าแรงงานประมงตามระบบเอ็มโอยู โดยปรับปรุงกระบวนการนำเข้าแรงงานต่างด้าวให้ง่าย รวดเร็ว และสะดวกยิ่งขึ้น โดยมีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงสร้างการรับรู้ให้กับนายจ้างต่อไป
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้รายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าการยกร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ พ.ศ. … และการให้สัตยาบันพิธีสารองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ หรือไอแอลโอ (ILO) ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ที่เรื่องนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยร่าง พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจปรับปรุงร่างกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการให้สัตยาบันพิธีสารส่วนเสริมอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ จะนำเสนอต่อ สนช.ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ จากนั้นกระทรวงการต่างประเทศจะได้จัดทำหนังสือสัตยาบันสาร โดยจะได้ยื่นรับรองพิธีสารภายใต้อนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ในต้นเดือนมิถุนายนนี้
“นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันติดตามความก้าวหน้าในเรื่องต่างๆ ซึ่งจะมีผลต่อการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมาย อาทิ ผลการจัดทำทะเบียนประวัติและออกใบอนุญาตทำงานของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ หรือศูนย์โอเอสเอส (OSS) จากแรงงานต่างด้าวที่ต้องดำเนินการจำนวน 1.3 ล้านคน ในเฟส 2 ขณะนี้คงเหลืออีกประมาณ 300,000 คน ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในระยะเวลากว่า 1 เดือน หรือภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ที่ประชุมยังได้พิจารณาการวางแผนการเก็บอัตลักษณ์แรงงานต่างด้าวด้วยเครื่องสแกนม่านตาเพิ่มเติมและแนวทางการจัดหาเครื่องสแกนม่านตา ตลอดจนการทบทวนคู่มือการตรวจของศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (PIPO) การดำเนินคดีและยึดอายัดทรัพย์ของผู้กระทำผิดฐานค้ามนุษย์ เป็นต้น” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ คณะกรรมการได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนขับเคลื่อนการส่งเสริมความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศด้วย
ด้านนายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ที่ประชุมยังไม่มีมติตามที่สมาคมประมงเสนอให้ใช้มาตรา 83 พ.ร.บ.การประมง ที่ให้เปิดขึ้นทะเบียนและอนุญาตให้ทำงาน ในกลุ่มแรงงาน 3 สัญชาติ กลุ่มแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดย กกจ.ขอให้เป็นการนำเข้าแรงงานอย่างถูกต้องตามกฏหมายผ่านระบบเอ็มโอยูที่ได้มีการปรับปรุงให้การนำเข้าที่ระยะเวลาเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ได้สั่งการให้ กกจ.เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อหาทางออกต่อปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคประมงภายใน 2 สัปดาห์

