รวบสาวแสบย่องลักเงินยายวัย 87 ปี แม่ปลัดอบต. วงจรปิดมัด

11.05.18 | 16:23 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัว น.ส.วนวิสาข์ หรือโอ๋ มาลัยกรอง อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 279 หมู่ที่ 1 ต.เชียงเครือ อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร คนร้ายก่อเหตุคดีลักทรัพย์ ชิงเงินสดนางจูม สรรคชา อายุ 87 ปี เป็นมารดาของนายอัครพงษ์ สรรคชา อายุ 59 ปี ปลัด อบต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 09.30 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐาน พบมีภาพจากกล้องมือถือหลานสาว ที่บันทึกไว้โดยบังเอิญขณะคนร้ายเข้าก่อเหตุในบ้านพัก และมีภาพจากกล้องวงจรปิดขณะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ในเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม จนกระทั่งเร่งสืบสวนตามแกะรอย พบหลักฐานชัดเจน ก่อนเสนอศาลอนุมัติออกหมายจับ และจับกุมตัวมาได้ขณะหลบหนีไปกบดานในพื้นที่ จ.สกลนคร

วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว น.ส.วนวิสาข์ หมาสอบสวนเพิ่มเติม และให้ผู้เสียหายชี้ตัวได้ถูกต้อง พร้อมยืนยันว่าเป็นคนก่อเหตุจริง เนื่องจากช่วงก่อเหตุคนร้ายไม่ได้ปิดบังใบหน้า บวกกับมีหลักฐานคลิปจากโทรศัพท์มือถือ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ได้ขณะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี หลังก่อเหตุ เป็นหลักฐานสำคัญในการมัดตัวผู้ต้องหา ถึงแม้เจ้าตัวจะอ้างว่า เข้าไปในบ้านผู้เสียหายจริงโดยไม่ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ แต่ทางตำรวจยืนยันว่า ไม่ผิดตัว เพราะมีหลักฐานชัดเจน รวมถึงตรวจยึดเสื้อผ้า และรถจักรยานยนต์ ที่ใช้ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังได้ นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผน ชี้จุดเกิดเหตุ ก่อนรวบรวมหลักฐาน ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งหลังตำรวจจับกุมตัวได้ ยังมีผู้เสียหายอีก 2 ราย ที่เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติม ยืนยันว่าคนร้าย เป็นคนเดียวกันที่ก่อเหตุลักทรัพย์มาหลายครั้ง

พ.ต.อ.กิตติศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการจับกุมคนร้ายรายนี้ที่ก่อเหตุลักทรัพย์ ผู้เสียหายเป็นยายวัย 87 ปี ในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม ภายหลังตำรวจได้เร่งรวบรวมหลักฐาน สอบสวนพยานผู้เสียหาย รวมถึงนำหลักฐานจากคลิปที่บันทึกได้ในเวลาก่อเหตุ ที่หลานสาวเป็นคนถ่ายโดยบังเอิญ ไปจนถึงหลักฐานเสื้อผ้าที่สวมใส่ รถจักรยานยนต์ที่ขับหลบหนี ยืนยันชัดเจนไม่ผิดตัว ถึงแม้ผู้ต้องหา จะอ้างไม่ได้ทำ และยังปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ทางตำรวจยืนยันหลักฐานมัดตัวเอาผิดได้แน่นอน ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติ พบว่าเป็นมิจฉาชีพที่ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์กับผู้สูงอายุเป็นหลัก พบว่ามีการก่อเหตุมาหลายครั้ง จนกระทั่งครั้งล่าสุด ถูกจับกุมตัวได้ ซึ่งทางตำรวจจะต้องมีการสอบสวนขยายผล เชื่อว่าจะทำเป็นแก๊ง และอาจมีเพื่อนร่วมแก๊งที่ก่อเหตุลักษณะเดียวกัน โดยทางตำรวจฝากไปยังพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวัง อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพัง หรืออย่านำทรัพย์สิน สิ่งของมีค่าไว้ในบ้าน โดยมีเพียงผู้สูงอายุอยู่บ้าน อาจมีแก๊งมิจฉาชีพฉวยโอกาสก่อเหตุได้ นอกจากนี้ตำรวจจะได้เพิ่มมาตรการเข้มในการดูแลป้องกัน