ผู้ประกอบการร้องศาลปกครองให้สั่งเลิกประกาศสคบ.ควบคุมสัญญาห้องเช่า 2561

11.05.18 | 17:31 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ. แจ้งวัฒนะ กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจให้เช้าอาคารเพื่อที่อยู่อาศัย กว่า 200คน นำโดย นายบารมี เรืองกาญจนเศรษฐ์ และนางพิมานมาศ ภิญญารัตน์ พร้อมด้วยทนายความเดินทางยื่นร้องศาลปกครองกลาง โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรื่องให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2561 เนื่องจาก กลุ่มผู้ประกอบการฯเห็นว่า สคบ.ออกประกาศดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายให้การคุ้มครองเฉพาะผู้บริโภคแต่ฝ่ายเดียวจนเกินความเป็นจริง และเกินความสามารถที่ผู้ประกอบการฯจะปฏิบัติตามได้ ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.ฏ.กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญาและลักษณะของสัญญา พ.ศ.2542 เนื่องจากไม่ได้รับฟังข้อเท็จจริงที่หลากหลายของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง รวมทั้งเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 อยู่แล้ว นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประกอบการฯ ยังขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งระงับการบังคับใช้ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรื่องให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2561 เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาจนถึงที่สุด

ทั้งนี้ นายบารมี เรืองกาญจนเศรษฐ์ แกนนำ กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจให้เช้าอาคารเพื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า พวกเรากลุ่มผู้ประกอบการฯ พร้อมจะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ประกาศ สคบ. ฉบับดังกล่าว เป็นกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ลิดรอนสิทธิที่พึงมีของพวกเรากลุ่มผู้ประกอบการฯ อาทิ การสั่งห้ามผู้ประกอบการหอพักห้องเช่าบังคับขับไล่ผู้เช่าอาศัยที่ปฏิบัติผิดสัญญาเช่าออกจากห้องเช่า แต่ให้ผู้ประกอบการไปฟ้องศาลขับไล่ผู้เช่าเอง หรือ กรณีสั่งห้ามผู้ประกอบการฯเรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟจากผู้เช่าอาคารเกินกว่าอัตราที่การไฟฟ้าและการประปาเรียกเก็บ ขณะการไฟฟ้าและการประปาเรียกเก็บค่าไฟค่าน้ำในอัตราก้าวหน้าและไม่คงที่ ฯลฯ ซึ่งค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นตกเป็นภาระของผู้ประกอบการฯฝ่ายเดียว ประกาศฉบับนี้จึงไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง มีผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าอาคารอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ ที่ผ่านมา สคบ.เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการฯ เพียง 120ราย จากผู้ประกอบการฯที่มีอยู่กว่า1หมื่นรายทั่วประเทศ พวกเราจึงต้องมาร้องศาลปกครองเพื่อขอความเป็นธรรมสั่งเพิกถอนประกาศฉบับนี้ไปก่อน และค่อยมาร่างประกาศกฎหมายที่มีความเป็นธรรมมากกว่านี้