เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีมีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบกลุ่มคนเป็นชายแต่งกายคล้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 3 คน เรียกให้หยุดรถและสงสัยว่าจะมีการนำสิ่งของผิดกฎหมายใส่รถยนต์ของตนในพื้นที่ สภ.สันทราย ภ.จว.เชียงใหม่ ว่า ได้รับรายงานจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ว่าวันที่ 10 พ.ค.2561 เวลาประมาณ 17.30 น. น.ส.ศศิร์อร พัฒน์ทวีเพชร อายุ 32 ปี เข้าพบ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เพื่อร้องเรียนและขอให้ตรวจสอบกรณีเมื่อวันที่ 6 พ.ค.2561 เวลาประมาณ 01.00 น. น.ส.ศศิร์อร ได้ขับรถยนต์ทะเบียน ขง-2450 เชียงใหม่ มาเพียงคนเดียว มาตามถนนเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด มุ่งหน้า อ.ดอยสะเก็ด เมื่อก่อนถึงบริเวณปั๊มน้ำมันเซลล์ ได้พบกลุ่มคนเป็นชายแต่งกายคล้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 3 คน โดยมีแผงเหล็กก่อนถึงจุดดังกล่าว ขณะนั้นกำลังชาร์ตแบตเตอร์รี่กับอุปกรณ์ในรถยนต์ ทำให้รถในขณะขับขี่ส่ายไปมา จากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวเดินเข้ามาหารถยนต์ที่ขับขี่เรียกให้หยุด และสังเกตเห็นชายคนหนึ่งหยิบซองใสขนาดเล็กประมาณ 2 นิ้ว ออกมาจากเสื้อกั๊กสะท้อนแสงมาไว้ที่มือ พยายามจะใส่ในรถยนต์ของตนโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าจะตรวจค้นสิ่งใด จึงได้ถามว่า “ยื่นมือส่องไฟฉายเข้ามาทำไม” จากนั้นชายดังกล่าวได้ดึงมือกลับไป และได้ส่งสัญญาณมือให้ปล่อยรถของตนเองไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ น.ส.ศศิร์อรเกิดความสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของชายกลุ่มดังกล่าว อาจมีสิ่งผิดกฎหมายที่เป็นซองอยู่ในมือแล้วนำมาใส่ในรถยนต์ของตนเพื่อทำการจับกุมตน ทำให้ตกเป็นผู้ต้องหาจากการกระทำดังกล่าวได้
ในกรณีดังกล่าว ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้มีหนังสือสั่งการให้ พ.ต.อ.สัมพันธ์ ศิริมา ผกก.สภ.สันทราย ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ากลุ่มชายดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ อยู่ในสังกัดใด และมีการปฏิบัติหน้าที่ตามที่มีผู้มาร้องเรียนหรือไม่ โดยให้รายงานผลให้ทราบภายใน 7 วัน ซึ่งเบื้องต้น ผกก.สภ.สันทราย แจ้งว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดตั้งด่านหรือจุดตรวจแต่อย่างใด ทั้งนี้ จะได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียดอีกครั้งเพื่อความชัดเจนและสามารถตอบคำถามของสังคมได้ต่อไป
รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า ในกรณีนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการปฏิบัติหน้าที่ในวันดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ซึ่งหากประชาชนพบการกระทำในลักษณะดังกล่าว สามารถขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัว เพื่อความบริสุทธิ์ใจ หรือขอตรวจสอบบัตรประจำตัว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมาโดยตลอด ตำรวจต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ใช่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วไปปฏิบัติหน้าที่เหลื่อมล้ำกับกฎหมาย โดยหากเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ทาง ผบ.ตร.ยอมรับไม่ได้ ไม่เลี้ยงไว้อยู่แล้ว ซึ่งหากพบการกระทำความผิดสร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนต้องเอาผิดให้ถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและอาญา แต่หากเป็นกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าตำรวจ คอยสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้อง ประชาชน อีกทั้งเป็นการทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อองค์กร ต้องเร่งสืบสวน ติดตาม จับกุมให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับตำรวจและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการกระทำในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเอาผิดกับคนร้ายรายนี้ได้ อีกทั้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการสอดส่องดูแลและร่วมแจ้งเบาะแส ข้อมูลของผู้กระทำความผิด โดยสามารถแจ้งข้อมูลมายังสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงหรือแจ้งมายังหมายเลข สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

