วท.ตั้งย่านโยธี เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ ยก สู่ระดับโลก

11.05.18 | 18:43 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) เปิดเผยว่า วท.จะจัดตั้งย่านโยธีนวัตกรรมทางการแพทย์ หรือ Yothi Medical Innovation District เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางและพื้นที่นวัตกรรมด้านการแพทย์ระดับโลก เนื่องจากย่านโยธี ถือว่ามีสถาบันราชการ โรงพยาบาล สถาบันการศึกษาทางการแพทย์เป็นสำคัญ เป็นพื้นที่ ที่มีการกระจุกตัวของโรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์สูงที่สุดของกรุงเทพฯ และประเทศไทย อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน โรงพยาบาลเด็ก โรงพยาบาลสงฆ์ และโรงพยาบาลเอกชนจำนวนมาก รวมถึงยังมีสถาบันต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านสาธารณสุข ที่หลากหลาย เช่น สถาบันพยาธิวิทยา สถาบันโรคผิวหนัง สถาบันประสาทวิทยา สถาบันมะเร็งแห่งชาติ องค์การเภสัชกรรม สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ ที่สำคัญ เป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านการแพทย์ การพยาบาลและการสาธารณสุขทั้ง มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาลัยแพทย์ศา สตร์พระมงกุฎ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการและวิสาหกิจเริ่มต้นทางการแพทย์ อย่าง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้นหาตัวยา ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ โรงงานวัคซีนก่อนอุตสาหกรรม จึงทำให้ย่านโยธี เต็มไปด้วยบุคลากรทางการแพทย์มืออาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร อาจารย์ บุคคลากรต่างๆ ที่อยู่ประจำแต่ละสถานพยาบาลรวมแล้วกว่าหมื่นคน นอกจากนั้นยังมีนักศึกษาแพทย์ที่เข้ามาเรียนในแต่ละปีการศึกษา ตามแต่ละคณะ ตามแต่ด้านการแพทย์เฉพาะทางด้วย

รัฐมนตรีวท. กล่าวว่า สำหรับ ยุทธศาสตร์ย่านนวัตกรรมโยธี จะเน้นที่บริการด้านการแพทย์ และการพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ ซึ่งอาศัยจุดเด่นของย่าน ที่มีสถาบันการแพทย์อยู่เป็นจำนวน 13 แห่ง มีเตียงผู้ป่วยใน 7,000 เตียง ผู้ป่วยนอกอีก 8,000 คนต่อวัน องค์กรที่ผลิตแพทย์บัณฑิต 3 แห่ง วิทยาลัยพยาบาล 2 แห่ง และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(สนช.) ยังมีเครือข่ายนักวิจัย ผู้ประกอบการอีกจำนวนกว่า 100 แห่ง เพื่อรองรับกระบวนการสร้างนวัตกรรม ทั้งนี้ จะมีการเพิ่มพื้นที่ทำงานภายในโรงพยาบาลและสถาบันการแพทย์ให้นักวิจัยและผู้ประกอบการได้ร่วมมือกันทำงาน สนับสนุนการทดลองใช้นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ของสตาร์ทอัพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านบริการของรัฐ จัดตั้งศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพสายแพทย์และสุขภาพโดยเฉพาะ จัดทำฐานข้อมูลและเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ในรูปแบบออนไลน์ รวมทั้งจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของย่าน ทั้งการเพิ่มพื้นที่จอดรถให้ผู้มาใช้บริการทางการแพทย์และคนในทำงานย่าน โดยเริ่มพัฒนาที่จอดรถอัจฉริยะในพื้นที่จอดรถระดับดินที่มีอยู่เดิมและจัดหาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นอาคารจอดรถ ก่อสร้างทางเดินลอยฟ้าที่จะเชื่อมต่อโรงพยาบาลทั้งหมดในย่านเข้าด้วยกันและสถานีบีทีเอสอรุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนกับโรงพยาบาล ทั้งนี้ ปัจจุบันเมืองใหญ่ทั่วฌลกมากกว่า 80 แห่ง ที่ประกาศเรื่องการสร้างและพัฒนาย่านนวัตกรรม ถือเป็นแนวโน้มล่าสุดในการวางผังเมือง และเป็นรูปแบบใหม่ในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในเมืองมหานครทั่วโลก อาทิ บาร์เซโลนา ประเทศสเปน และบอสตัน ประเทศสหรัฐฯ เป็นต้น

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้หารือกับโรงพยาบาลของรัฐเกือบทั้งหมดแล้ว ทุกหน่วยงานเห็นด้วยว่าจะต้องมีการจัดระบบการแพทย์ให้ทันสมัย ที่สำคัญ จะมีการดึงศูนย์วิจัยทางการแพทย์บอสตัน และ โรงพยาบาลเมโย จากประเทศสหรัฐฯ มาร่วมในย่านโยธีนวัตกรรมทางการแพทย์ด้วย โดยจะเริ่มดำเนินการในเดือน ต.ค.นี้