‘สันธนะ’ สาบานน้ำตาคลอ เอาชีวิตพ่อแม่เป็นเดิมพัน หากทำเลวจริง(มีคลิป)

12.05.18 | 09:27 น.

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่บริเวณซอยนาคนิวาส เขตลาดพร้าว ย่านห้างสรรพสินค้าคริสตัลปาร์ค ที่บ้านบิดาของ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง โดย พ.ต.ท.สันธนะ ได้เปิดบ้านหลังจากที่ทนายความเดินทางมาถึง เเละเชิญสื่อมวลชน

พ.ต.ท.สันธนะกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเเละร่ำไห้ว่า วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนและครอบครัว ในช่วงชีวิตวัย 60 ถ้าเป็นไปได้ตนจะขอคืนความเป็นคนไทยคืนกลับไปให้กับประเทศไทย ส่วนอาชีพที่เคยภาคภูมิใจกับความเป็นตำรวจก็จะสูญสิ้นไม่มีอีกแล้ว ขอให้เพื่อนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เข้าใจความรู้สึกตน วันนี้ที่อ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชานั้นคำสั่งจะต้องชอบด้วยกฎหมาย การปฎิบัติกับผม เป็นการปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติไม่เท่าเทียมกัน
หากเป็นเช่นนี้ตนคงไม่มีโอกาสได้พูดกับประชาชนอีกแล้ว เเต่ก็ห่วงประชาชนที่จะต้องอยู่ร่วมกันกับองค์กรตำรวจเเต่เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ยุ่งมากเเละจะสร้างความสูญเสียให้กับบุคคลอื่นๆ เพราะว่าตนจะไม่สามารถดูแลหลายๆ ชีวิตที่ผ่านมาได้อีก ตนจึงตัดสินใจทำลายเอกสารที่เคยมีความตั้งใจที่จะนำไปมอบให้กับผู้ซึ่งมีอำนาจซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถทำให้แก้ไขปัญหาของประเทศนี้ให้ดีขึ้น

“ผมจึงตัดสินใจทำลายเอกสารโคตรโกงให้ไปกับชีวิต จากนี้จึงขอให้ผู้มีอำนาจได้ทราบว่าไม่ได้มาเสียน้ำตาสร้างราคาเหมือนกับบางคนที่อยู่ในอาชีพ บางคนกล่าวหาว่าผมขู่กรรโชก รีดไถ รู้มากถึงขนาดเขียนเป็นเเผนผังชี้แจงแสดงให้ประชาชนเข้าใจได้ เเต่ทุกอย่างต้องมีความจริงที่จะปรากฏต่อไป แม้ผมจะไม่มีโอกาสแก้ตัวแล้ว” พ.ต.ท.สันธนะกล่าว

เมื่อถามว่า เห็นว่ามีการทำลายเอกสารที่จะไปมอบที่ทำเนียบหมายความว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเอกสารอะไรไปมอบให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเลยใช่หรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า ตนได้เรียนแล้วว่าไม่ได้นำติดตัวไป ตนก็ขอความเมตตากับผู้ใหญ่คนนั้นเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เดินทางไปกับตนเพื่อไปนำเอกสารมา ส่วนคนที่หาว่าตนแสร้งเเสดง ก็คงเห็นเองกับตาว่าพฤติการณ์การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ ว่ามันคงไม่ใช่ในเรื่องการมาจับกุมผู้ต้องหาในคดีกรรโชกทรัพย์ ที่มาเเต่งเรื่องว่ามีการกรรโชกทรัพย์ 300 ล้านบาท ถามว่าตรงไหนคือความเสียหาย มีแม่ค้าคนไหนหรือคนใดเเจ้งมา ไม่ใช่เฉพาะแค่แม่ค้าที่ตลาดใหม่ดอนเมือง เเต่ขอให้ประชาชน สังคม ช่วยประกาศออกไป หากธุรกิจกิจการ ประชาชนคนใด เคยถูกตนข่มขู่รีดกรรโชกเอาทรัพย์เหมือนกับเจ้าหน้าที่รัฐบางคนกำลังกระทำอยู่ให้เเสดงตัว

Advertisement

“เรื่องนี้หากผมกระทำจริงขอสาบานเอาชีวิตคุณพ่อและคุณแม่ผมเป็นเดิมพันในการกระทำของผมในครั้งนี้ หากผมชั่วระยำ เลวเหมือนที่หลายๆ คนทุกคนร่วมกันประณามผม ขอให้สังคมช่วยจัดการกับผมได้เลย น้ำตาลูกผู้ชายในวันนี้คงแสดงไม่ได้ขนาดนี้” พ.ต.ท.สันธนะกล่าว

พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า ตนซึ่งเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อนกลับได้รับการปฏิบัติที่สมัยตนเป็นตำรวจไม่เคยปฏิบัติกับโจรผู้ร้ายมาก่อน เเต่ตนกลับถูกกระทำ หากใครโดนเเบบตนก็จะเข้าใจว่าก่อนนี้ทำไมถึงได้เเสดงออกอย่างมากมาย จนผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบอกว่าเป็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม ตนไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นคนดีเเต่ก็ไม่เลวเหมือนอีกหลายคน ส่วนจะได้เป็นอิสรภาพหลังจากนี้หรือไม่ ตนไม่เคยคาดหวังกระบวนการขั้นต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเป็นองค์กรเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนเเปลงไปกับสังคม ซึ่งที่ผ่านมาตนก็เคยมีคดีในศาลถึง 6-7 คดี เเละยกฟ้องทุกคดี ตนมีความเชื่อมั่นว่าถ้าตนพ้นขั้นตอนของตำรวจโดยที่ยังมีลมหายใจ ศาลจะให้ความเป็นธรรมกับตนได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเเถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย ได้เเสดงหมายจับก่อน ควบคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะ โดยที่ พ.ต.ท.สันธนะได้ถอดเสื้อเพื่อเเสดงว่าไม่ได้มีการต่อสู้ขัดขวางการคุมควบคุมตัว พร้อมตะโกนเสียงดังว่า “ผมไม่มีอาวุธที่จะต่อสู้ขัดขืนกับสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ทุกคนจำเอาไว้กับสิ่งที่คุณทำกับครอบครัวผม ขอให้สังคมช่วยดูเเลตรวจสอบ ดูเเลอำนาจตำรวจในองค์กรนี้ต่อไป”

โดยทนายความ พ.ต.ท.สันธนะได้มีการซักถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เเสดงหมายจับว่า เหตุใดถึงนำหมายจับมาเพียงหมายเดียวจาก 9 หมาย โดยเเจ้งว่า การไปที่ สน.โชคชัย วันนี้เป็นการมอบตัวของ พ.ต.ท.สันธนะเอง

ต่อมาเวลา 07.00 น. ที่ สน.โชคชัย  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะ มาโดยมีการเเจ้งสิทธิของผู้ต้องหาก่อนเเจ้งข้อหา ตามหมายจับพร้อมทั้งทำบันทึกจับกุมก่อนส่งตัวไปที่ สน.ดอนเมือง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาเวลา 08.30 น. ที่ สน.โชคชัย หลังจากมีการควบคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ยังต้องรอระยะเวลาเนื่องจากว่าการที่มีการนำหมายจับมาเเสดงจับกุมตนในวันนี้มีเพียงหมายจับหมายเดียว ตนจึงเเจ้งความประสงค์ว่าหากมีการออกหมายจับกุมตนคดีร่วมกัน กรรโชกทรัพย์ ก็ขอนำหมายจับทั้งหมดมาเเจ้งข้อกล่าวหาตนที่ สน.โชคชัย อีกทั้งกรณีนี้ตนมีความประสงค์ที่จะมอบตัว ตั้งช่วงเมื่อคืน เเต่เมื่อมีการจับกุมตามหมายจับก็จะกลายเป็นว่าตนถูกจับกุมที่ สน.โชคชัย ตนจึงต้องต่อรองเพื่อใช้สิทธิ เนื่องจากตนจะไม่ยื่นประกันที่ สน.ดอนเมือง เเต่ตนจะยื่นประกันในชั้นฝากขังที่ศาล ซึ่งเรื่องการจับตามหมายจับ 8-9 ใบ เมื่อไม่มีการระบุว่าเป็นการมอบตัวก็จะกลายเป็นการจับกุมตัวศาลก็ย่อมที่จะนำตรงนี้ไปพิจารณาในการปล่อยชั่วคราวกับตน ฉะนั้นตนเลยเเจ้งไปว่าขอให้นำหมายจับมาที่ สน.โชคชัย ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่าขณะนี้ สน.ดอนเมือง กำลังนำหมายจับที่เหลืออีก 8 ใบมา

“หมายจับใบเเรกเป็นหมายจับที่ผิดปกติเป็นคดีกรรโชกทรัพย์เเต่ไม่ระบุว่าผู้เสียหายเป็นใคร ทั้งที่ขั้นตอนขอออกหมายจับควรต้องมีผู้เสียหายมาเเจ้งความ พนักงานสอบสวนก็รับเเจ้ง จนออกหมายจับ ทั้งที่ผมก็ประกาศไปทั่วประเทศว่าใครที่โดนตนเก็บส่วย กรรโชกทรัพย์ให้มา ผมจะได้สู้คดีไปทีเดียว ให้มาได้เลย อย่าทยอยมาทีหลัง ซึ่งวันเวลาเกิดเหตุตามหมายระบุว่า ต้นเดือนเมษายน 2559-เมษายน 2561 ต่อเนื่องกัน ก็ขอให้เอาให้ดี ระวังจะตกม้าตายในเรื่องวันเวลาเกิดเหตุ ช่วง 2 ปีที่ว่าผมบินเข้าออกประเทศเมื่อไหร่ ไปให้การ เเล้วบังเอิญว่าผมอยู่ต่างประเทศจะโดนกลับทั้งหมด”

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการออกหมายเรียกหรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า คดีนี้มีอัตราโทษสูงเกิน 3 ปี ย่อมสามารถขอศาลออกหมายจับได้เลยโดยไม่ต้องขอออกหมายเรียก เเต่การขออนุญาตศาลจะต้องมีเหตุในการขอคือ มีพฤติการณ์หลบหนี ทั้งที่ก็เห็นกันว่าตนให้สัมภาษณ์สื่อทุกวัน จะมียกเว้นก็ตอนมีหมายจับเเล้ว เเต่ตนก็โทรกลับหลังจากเข้าที่ปลอดภัย ขณะนี้ก็รอหมายจับอีก 8 ใบ เเละจะให้ลงบันทึกว่าตนเข้ามอบตัวเอง ไม่ใช่การจับกุมตัว เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาประกัน ส่วนเรื่องหลักทรัพย์ตนพร้อมประกัน เเละหลังจากนี้ หากมีผู้ค้ามาร้องเเละมีการออกหมายจับตนเพิ่มอีกตนก็จะใหฝ่ายกฎหมายคัดค้าน เพราะเป็นความผิดเดียวกัน อย่ามาเล่นเกมส์เเบบนี้

“สอบสวนทำบันทึกก็เห็นว่าเจ้าหน้าที่โทร ฮัลโหล กันอยู่เรื่อย ก็ไม่ทราบว่าจะต้องฮัลโหล กันทำไม วิ่งเข้าวิ่งออก ในเมื่อเป็นหน้าที่คุณทำบันทึกเซ็นอยู่เเล้ว นี่คือความจริงประเทศไทย” พ.ต.ท.สันธนะกล่าว