เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 12 พฤษภาคม ร.ต.ต.ไกรสร ล่องลอย หัวหน้าชุดปฎิบัติการข่าว กองร้อย ตชด. 437 สะเดา จังหวัดสงขลา สนธิกำลังร่วมกับทหารและ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสะเดา เข้าตรวจสอบพื้นที่แนวชายแดนไทย –มาเลเซีย ช่วงระหว่างหลักเขตแดนที่ 23 / 33 -34 เขตพื้นที่ ม.7 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าตามแนวพรมแดนไทย-มาเลเซีย หลังจากที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าพบเห็นกลุ่มบุคคลจำนวนมากมาหลบซ่อนตัว
จากการตรวจสอบ พบว่า บริเวณที่ดังกล่าวเป็นป่าละเมาะ ลักษณะเป็นเนินเขามีแนวรั้วเหล็กกั้นแบ่งเขตแดน ระหว่างเข้าตรวจสอบพบกลุ่มคนจำนวนมากวิ่งแตกฮือหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้รวม 42 คนแยกเป็นผู้ชาย 39 คน ผู้หญิง 3 คน และส่วนหนึ่งได้วิ่งหลบหนีไปได้คาดว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนทั้งหมดมาสอบสวนเบื้องต้นที่ ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4307 ค่ายธนะพัฒน์ อำเภอสะเดา
พบว่ากลุ่มคนดังกล่าวนั้นเป็นแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมดอายุระหว่าง 20 – 40 ปี ไม่มีบัตรประจำตัว และเอกสารการเดินทางเข้าประเทศแต่อย่างใด มีเพียงบัตรเดินทางเข้าออกที่อนุญาตให้เข้าประเทศได้ชั่วคราวที่ด่านด้านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพียงใบเดียว โดยแรงงานทุกคนที่จับกุมได้ในครั้งนี้เดินทางมาพร้อมกระเป๋าสัมภาระ และโทรศัพท์มือถือซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไว้ได้กว่า 20 เครื่อง
นางสาว เชอรี่ อายุ 20 ปี สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้เล็กน้อยเปิดเผยว่าพวกตนเป็นชาวเมียนมา เดินทางมาจาก รัฐคะฉิ่น ประเทศเมียนมาเดินทางหลบหนีเข้าประเทศไทย ซึ่งผ่านทางด่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาที่จุดหมายคือที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้านอำเภอสะเดาโดยรถยนต์ ซึ่งรวมเวลาประมาณ 4 วันโดยที่มารออยู่ในป่าบริเวณดังกล่าวแล้วเป็นเวลา 1 คืนเพื่อหาจังหวะเดินทางมุดรั้วเข้าไปในประเทศมาเลเซียโดยนายหน้าจะมารับอีกต่อหนึ่ง สำหรับการเดินทางมาในครั้งนี้พวกตนจะเดินทางแยกกันเป็นกลุ่มๆละ 9 -10 คน แล้วมาเจอกันที่นี่ ทั้งนี้เพื่อจะไปทำงานรับจ้าง ส่วนค่าเดินทางจะถูกเรียกเก็บหากเดินทางถึงจุดหมายในประเทศมาเลเซียแล้ว
โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล จากโทรศัพท์มือถือ เพื่อติดตามกลุ่มหรือผู้ที่นำแรงงานเหล่านี้เข้ามา ส่วนแรงงานทั้งหมดได้ควบคุมตัวส่งห้องกัก ตม.สะเดาและดำเนินคดีข้อหาหลบหนีเข้าเมืองต่อไป

