เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม เปิดตัว “ระบบบริหารจัดการกิจกรรมบั้งไฟ” หรือแอพพลิเคชั่น “บำเพ็ญ” ณ บริเวณสวนสาธารณะพญาแถน อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร ตั้งเป้าให้หน่วยงานทุกฝ่าย โดยเฉพาะภาคประชาชนได้ใช้งานจากบำเพ็ญอย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความปลอดภัยให้กับการคมนาคมทางอากาศของประเทศ โดยไม่กระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีอันดีงามของคนไทย


รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัด วท.กล่าวว่า ปัจจุบันการปล่อยบั้งไฟนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายและผลกระทบต่อการคมนาคมทางอากาศได้ หลายปีมานี้มีการแจ้งพบบั้งไฟขณะทำการบินซึ่งนักบินไม่ได้รับแจ้งเตือนล่วงหน้า ซึ่งหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด พยายามแก้ไขปัญหาในจุดนี้โดยได้ขอความร่วมมือและสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในท้องถิ่นหรือผู้ที่ต้องการประกอบกิจกรรมการจุดบั้งไฟ เกี่ยวกับการจัดพื้นที่ควบคุมและเฝ้าระวังบริเวณโดยรอบสนามบิน และเส้นทางบินเป็นพิเศษ รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงขั้นตอนการขออนุญาตการจุดบั้งไฟกับทางหน่วยงานปกครองในท้องที่ก่อนการประกอบกิจกรรมฯ ทุกครั้งด้วย โดยเฉพาะระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงประเพณีบุญบั้งไฟของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจากสถิติที่พบเมื่อปี 2560 มีการแจ้งการจุดบั้งไฟมากถึง 19,520 บั้ง และมีนักบินพบเห็นบั้งไฟขณะทำการบินจำนวนมากกว่า 50 ครั้ง
“ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ตระหนักถึงผลกระทบด้านความปลอดภัยที่เกิดจากกิจกรรมการปล่อยบั้งไฟมาโดยตลอด แม้ว่าจะมีมาตรการและข้อบังคับในการขออนุญาต แต่ก็ยังไม่ได้มีการเชื่อมต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการคมนาคมทางอากาศอย่างครบวงจร ทำให้ยังไม่สามารถวิเคราะห์ถึงผลกระทบด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นกับการคมนาคมทางอากาศได้ทั้งหมด เช่น เขตพื้นที่ห้วงอากาศสำหรับการเดินอากาศ หรือเส้นทางการจราจรทางอากาศ รวมถึงข้อมูลที่สำคัญบางส่วนในใบอนุญาตอาจยังไม่ครบถ้วนเพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์ จิสด้าจึงทำการพัฒนาระบบเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการปล่อยบั้งไฟ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการคมนาคมทางอากาศและเป็นการส่งเสริมในการนำระบบภูมิสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการ ทั้งในส่วนของการส่งคำขอใบอนุญาตจากทางภาคประชาชน การรับรองคำขอจากหน่วยงานปกครองส่วนท้องที่ การวิเคราะห์ความปลอดภัย รวมไปถึงการออกใบอนุญาตทั้งกระบวนการแบบครบวงจร เพื่อเชื่อมโยงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และรักษาความปลอดภัยทางการคมนาคมทางอากาศของประเทศไทย ซึ่งเมื่อต้นเดือนเมษายน ได้มีการนำระบบดังกล่าวมาทดสอบใช้งานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นำร่อง 2 จังหวัด คือ ศรีสะเกษ และยโสธร” ปลัด วท.กล่าว

ทางด้าน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการจิสด้า กล่าวว่า จิสด้าได้พัฒนาเครื่องมือภูมิสารสนเทศมาใช้บริหารจัดการด้านการคมนาคมทางอากาศและความปลอดภัยทางอากาศ หรือที่เรียกว่า GISAVIA ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานใน 2 ส่วน หรือ Dual use ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งมิติของความมั่นคงและมิติด้านพลเรือน รองรับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยจุดเด่นของ GISAVIA พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการเติบโตของการจราจรทางอากาศ เพิ่มขีดความสามารถทางด้านความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน่านฟ้าการจราจรทางอากาศตามมาตรฐานสากล ซึ่งจากความสามารถของ GISAVIA นั้น ได้มีการต่อยอดไปสู่การพัฒนาเป็นแอพพ์ฯ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างง่าย นั่นก็คือ บำเพ็ญ เป็นแอพพ์สนับสนุนการบริหารจัดการให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการควบคุมการปล่อยบั้งไฟที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี ซึ่งเป็นประเพณีบุญบั้งไฟของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาระบบเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการดังกล่าวจะต้องไม่กระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีอันดีงามที่สืบทอดกันมาช้านานของคนในพื้นที่ด้วย

“แอพพ์บำเพ็ญ จะช่วยแจ้งเตือนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมทางอากาศ ได้รับทราบถึงจุดหรือพิกัดที่จะมีการปล่อยบั้งไฟ เพื่อจะได้วางแผนในเส้นทางการบิน และไม่ให้เกิดอันตรายหรือผลกระทบกับการคมนาคมทางอากาศ ทั้งด้านทางทหาร ด้านพลเรือน ด้านการบินพาณิชย์ เป็นต้น นอกจากนี้ แอพพ์ดังกล่าว จะช่วยให้ประชาชนที่ลงทะเบียนใช้งาน ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และไม่จำเป็นต้องกรอกเอกสารบนกระดาษอีกต่อไป ช่วยประหยัดเวลาในการยื่นเอกสาร รวมทั้งผู้ใช้งานสามารถติดตามคำขอของตนเองได้ด้วย โดยลักษณะการใช้งานของระบบดังกล่าวสามารถแจ้งชื่อกิจกรรม ประเภทของวัตถุที่จะปล่อย เส้นผ่านศูนย์กลาง น้ำหนัก และจำนวนของวัตถุที่ต้องการจะปล่อยสู่น่านฟ้าได้ ก่อนจะนำไปสู่กระบวนการจัดการของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในการวิเคราะห์และประเมินด้านความปลอดภัยในการคมนาคมทางอากาศ จนกระทั่งสู่การออกใบอนุญาตในที่สุด” ดร.อานนท์กล่าว และว่า บำเพ็ญถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อใช้ในการกำหนดเป็นนโยบาย หรือมาตรการ หรือข้อบังคับ หรือการขออนุญาตในการบินโดรน หรือการบินประเภทอื่นๆ ในอนาคตได้ ซึ่งมีกรอบแนวคิดและวีธีการในการใช้งานที่ใกล้เคียงกัน
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด Bampen ได้ที่ Play Store บนระบบแอนดรอยด์ได้แล้ววันนี้ สำหรับระบบ IOS อยู่ระหว่างการพัฒนา

