‘สันธนะ’ได้กลับบ้านศาลให้ประกัน3แสน-ห้ามออกนอกประเทศสั่งรายงานตัว 2 ก.ค. ตร.ร่ายยาวเหตุค้านประกัน

13.05.18 | 14:31 น.

เมื่อเวลา 12.27น. วันที่ 13 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่317/2561 โดย พ.ต.ท.ธรรมรักษ์ เรืองดิษฐ์ พนักงานสอบสวนได้นำตัว พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ มาถึงศาลอาญาเพื่อยื่นคำร้องฝากขังครั้งเเรก พนักงานสอบสวนได้เตรียมคำร้องมา8คำร้องตามหมายจับ เเต่ได้นำคำร้องทั้งหมดไปเเก้ไขรวมเป็นคำร้องเดียว

โดยระบุพฤติการณ์สรุปว่า ตั้งเเต่ช่วงเวลา เมษายน 2559ถึง เมษายนปี2561ต่อเนื่องกัน ผู้ต้องหากับพวกรวม11คนได้ร่วมกันเรียก เก็บเงินเป็นรายเดือน จากผู้ค้าเครื่องสำอาง อาหารเสริมบำรุงสุขภาพในตลาดใหม่ดอนเมือง ร้านละ 1,000 -3,000 บาท โดยผู้ต้องหาจะเเบ่งหน้าที่กันทำ เรียกเก็บเงินช่วงปลายเดือนของทุกเดือน มีการเรียกเก็บค่าจอดรถยนต์เดือนละ700บาท ค่าจอดรถจักรยานยนต์เดือนละ300บาท

นอกจากนี้ยัง มีพฤติกรรมเป็นการข่มขู่คุกคามผู้ขาย จนทำให้เกิดความว่าจะเกิดอันตรายหากไม่ยอมจ่ายเงินดังกล่าว จากการสอบสวน ขณะนี้มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 9 คดี เเละมีคดีที่ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.สันธนะ 8 คดี การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐานร่วมกัน กรรโชกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ,337,

เหตุเกิดที่ตลาดใหม่ดอนเมือง อาคาร เเอร์พอร์ต พลาซ่า เเขวงเเละเขตดอนเมือง กทม.

กระทั่งวันที่ 12 พฤษภาคม 2561 เจ้าพนักงานตำรวจได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหานี้ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1015/2561ลงวันที่ 11พฤษภาคม 2561ข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ได้ที่บ้านพักบิดาย่านถนนเรียบด่วนรามอินทรา

Advertisement

ชั้นจับกุมเเละชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อหา

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะต้องทำการสอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติมอีก 50 ปาก รอผลตรวจสอบพิมพ์ลายนิ้วมือ เเละประวัติการต้องโทษผู้ต้องจากกองทะเบียนประวัติอาชญกรด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้12วันตั้งเเต่13-24พฤษภาคม

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้มีการกระทำเป็นขบวนการ มีผู้เสียหายจำนวนมากเเละทางการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามผู้เสียหายเเละพยาน ประกอบกับการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น ทราบว่าผู้ต้องหากับพวกเคยถูกจับกุมในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนเเละเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวพาไปในเมือง หมู่บ้านฯโดยไม่ได้รับอนุญาตเเละไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เเละร่วมกันมีวิทยุโทรคมนาคมไว้ในครอบครอง โดยในการจับกุมพบว่าผู้ต้องหากับพวกมีการครอบครองอาวุธปืนมากถึง5กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนถึง70นัด อันมีลักษณะเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง หากศาลให้ประกันตัวเกรงว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนี ทั้งผู้ต้องหามีการกระทำต่างกรรมต่างวาระกันหลายคดีมีผู้เสียหายมากกว่า127รายได้มาเเจ้งความดำเนินคดีไว้ ทั้งยังมีความผิดเกี่ยวเนื่องอื่นๆที่เป็นข้อหาหนักเเละมีอัตราโทษสูง ซึ่งเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานทั้งพยานเอกสารเเละพยานบุคคล จนพยานบุคคลเเละผู้เสียหายเกิดความเกรงกลัว เพราะเคยถูกกลุ่มผู้ต้องหาข่มขู่ ให้จ่ายเงิน

นอกจากนี้ผู้ต้องหาเป็นหัวหน้ากลุ่มเเละมีสมาชิกไม่น้อยกว่า20คน กระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่างๆผู้ต้องหาอาจสั่งการให้ลูกทีม ในพื้นที่ทำร้ายหรือข่มขู่ผู้เสียหายเเละพยานในคดีนี้ อันอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายเเรงได้

รวมทั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจค้นจับกุมบริเวณตลาดใหม่ดอนเมืองกลุ่มผู้ต้องหาก็ยังปลอมตัวเป็นสื่อมวลชนปะปนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเเสดงตนให้กลุ่มผู้เสียหาย เเละพยานเห็นอย่างเด่นชัดว่าผู้ต้องหากับพวกยังมีอำนาจเเละศักยภาพในการปฏิบัติการที่ก่อให้เกิดอันตราย ต่อผู้เสียหายเเละพยานได้ เเละปรามไม่ให้ผู้เสียหายเเละพยานให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอันเป็นอุปสรรคก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน หรือการดำเนินคดีในชั้นศาล อีกทั้งผู้ต้องหากับพวกได้ขัดขวางการปฏบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เเละเจ้าหน้าที่ของทางราชการอื่นๆ

ดังนั้นการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล

ศาลพิจารณาคำร้องเเล้วอนุญาตให้ฝากขัง พ.ต.ท.สันธนะ ผู้ต้องหาได้

ต่อมานายอภิชาติ ครัวเชื้อ ทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน3เเสนบาทขอปล่อยชั่วคราว พ.ต.ท.สันธนะระหว่างฝากขัง ศาลพิจารณาคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เเล้วมีคำสั่งอนุญาต ให้ พ.ต.ท.สันธนะ ประกันตัวไปโดยตีราคาประกัน 3เเสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เเละห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นเเต่ขะได้รับอนุญาตจากศาล เเละให้ผู้ต้องหาเข้ารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 9.00น.