นักวิชาการทีมหน้ากากป้องสารพิษฟ้องผอ.วิจัยทบ. เรียก 100 ล้าน ศาลนัด 20 ส.ค.

15.05.18 | 13:48 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมด้วย รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด อาจารย์คณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , ผศ.ดร.สุนทร สิทธิสกุลเจริญ อาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ผศ.ดร.กิตติภัฎ รัตนจันทร์ อาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยี อุตสาหกรรม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ผศ.วัชระ ลายลักษณ์ อาจารย์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ ผอ.สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก , พ.อ. หญิง ธมนพัชร์ สิมากร นักวิชาการ สนง.วิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก และนายธีระ ธัญญอนันต์ผล ผู้ดำเนินรายการข่าว เขย่าข่าวเข้ม สถานีโทรทัศน์ไบร์ท ทีวี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายมาตรา 328 และละเมิดเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

คดีนี้โจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามร่วมกันใส่ความโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดย พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ให้ พ.อ. หญิง ธมนพัชร์ จำเลยที่ 2 แจกเอกสารชี้แจงเรื่องงานวิจัยหน้ากากป้องกันสารพิษ ที่โจทก์เป็นผู้วิจัย ต่อสื่อมวลชนสำนักงานต่างๆ กระทั่งเวลา 14.00 น. พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ จำเลยที่ 1 ก็ได้แถลงข่าวบางช่วงบางตอน ทำนองว่า จากการตรวจสอบ ขอเรียนให้ทราบว่า มีการยื่นใบรับรองมาตรฐาน จำนวนทั้งหมด 4 ครั้งด้วยกัน โดยหัวหน้าโครงการวิจัย เป็นการยื่นใบรับรองมาตรฐานปลอมทั้ง 4 ครั้ง ในขณะที่พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ จำเลยที่ 1 แถลงข่าวนั้นได้มีการไลฟ์สด และรายงานสดผ่านทางสื่อโชเชียลต่างๆ หลายสำนัก รวมทั้งมีการนำเสนอข่าวทางรายการ“เขย่าข่าวเข้ม” สถานีโทรทัศน์ไบร์ททีวีของจำเลยที่ 3 ด้วย

โดยเฉพาะพล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ จำเลยที่ 1 แถลงข่าวว่า รศ.ดร.วีรชัย โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการได้ยื่นใบรับรองมาตรฐานปลอมจำนวน 4 ครั้ง และมีการเผยแพร่เอกสารชี้แจงเรื่องงานวิจัยหน้ากากป้องกันสารพิษกล่าวหาโจทก์ทั้งสี่ ทำและใช้ใบรับรองมาตรฐานจากสถาบัน National Institute for NBC Protection และสถาบัน Occupational Safely Research Institute ปลอม จำนวน 4 ครั้ง เพื่อหลอกลวงกองทัพบก ให้ต้องสูญเสียงบประมาณและหากใช้หน้ากากป้องกันสารพิษดังกล่าว อาจเกิดการบาดเจ็บเป็นอันตรายหรือเสียชีวิตได้นั้น เป็นความเท็จทั้งสิ้น ความจริงแล้ว ตรงกันข้ามผลงานวิจัยของโจทก์และคณะวิจัยได้มาตรฐานในระดับสากล เป็นประโยชน์ต่อกองทัพบก และทำให้ประเทศชาติประหยัดงบประมาณในการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศได้เป็นเงินจำนวนมหาศาล และคณะวิจัยมิได้หลอกลวงกองทัพบกหรือทำให้กองทัพบกได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่กองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กทม.และกองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.ทั้งนี้ศาลรับคำร้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ อ.1421/2561 และนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ ?20 สิงหาคมนี้ เวลา 09.00 น.

ภายหลังนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ กล่าวว่า จากกรณีที่ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบหมายให้ พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ แจ้งความดำเนินคดีกับคณะทีมวิจัยหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหาร เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ต่อมาวันที่ 15 มีนาคม ทางคณะวิจัยได้ไปดำเนินคดีกับ พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ ข้อหาแจ้งความเท็จ ที่กองบังคับการปราบปราม และในช่วงบ่ายของวันที่ 15 มีนาคม ทางกองทัพบก โดย พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ ได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับการปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมของคณะวิจัย มีการพาดพิงถึงคณะวิจัยทั้งหมด ในการแถลงข่าวบางช่วงบางตอนมีการกล่าวหาว่า คณะวิจัยมีการใช้เอกสารปลอม วันนี้ตนและรศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ จึงมาดำเนินการฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและเรียกค่าเสียหาย แล้วมีบางข้อความที่สื่อออกไปมีการยืนยันว่ามีการปลอมแปลงเอกสาร และกล่าวหาว่ามีการใช้ใบรับรองจำนวน 4 ครั้ง โดยหัวหน้าคณะโครงการ ซึ่งยืนยันรับรองเอกสารปลอม ทั้งนี้ตอนแรกคิดจะฟ้อง วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ที่โพสต์เฟซบุ๊กด้วย แต่เมื่อวานนี้ได้มาเจรจากับตนเองเรียบร้อยแล้วจึงไม่ได้ฟ้อง และได้คุยกันนอกรอบกับสื่อมวลชนสุดท้าย จึงไม่ฟ้องสื่อเกือบทุกสื่อ ยกเว้นเพียงช่องไบรท์ทีวี ที่รายการข่าวมีการโชว์ชื่อของอาจารย์ทั้งหมด 4 คน จึงจำเป็นต้องฟ้องสื่อไบรท์ทีวีไว้ก่อน รวมทั้งเหตุผลก็เพื่อจะฟ้อง พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลอาญา ไม่เช่นนั้นจะต้องขึ้นศาลทหาร ส่วนข้อความที่กล่าวหาว่าคณะวิจัยได้ใช้เอกสารใบรับรองมาตรฐานสากลปลอม จนทำให้กองทัพบกเสียหายนั้น ขอเรียนว่ากองทัพบกยังไม่ได้รับความเสียหาย เพราะ กองทัพบกไม่ใช่เป็นคนออกทุนวิจัย คนที่ออกทุนวิจัยคือ สกอ. ส่วนสำหรับเงินจำนวน 150 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลและ ค.ร.ม.มีมติอนุมัติก็ยังไม่ได้มีการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะฉะนั้น จึงยังไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

ด้าน รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการประสานจากผู้ใหญ่ทางกองทัพแล้ว ไม่ได้มีปัญหากักองทัพบก และปัญหานี้จะต้องได้รับการคลี่คลายโดยเร็ว แต่ว่าตอนนี้เป็นปัญหาส่วนบุคคล ระหว่างกลุ่มทหารกลุ่มหนึ่งที่ใช้เกราะกำบังทางด้านกองทัพกับนักวิจัย จึงจำเป็นต้องปกป้องชื่อเสียงของพวกเรา และเราได้รับทราบว่าเอกสารที่เป็นทางการของสถานทูต สาธารณรัฐเช็ก เกี่ยวกับการรับรองงานวิจัย ไม่ถึงมือผู้หลักผู้ใหญ่ในกองทัพ วันนี้เราได้รับเอกสารฉบับนี้ทางอีเมล จากทางสาธารณรัฐเช็ก ประจำ กทม. ระบุว่า ตน และนักวิจัยได้นำตัวอย่างหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหารไปทดสอบจริงที่สถาบันเนชั่นแนล อินสติติวท์ ฟอร์ เอ็นบีซี โปรเทคชั่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบัน 1ใน 5 ของโลกที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และมีการส่งจริงทดสอบจริง และ เป็นหน้ากากที่ได้รับคุณภาพสูง สำหรับสาเหตุที่ต้องส่งไปทดสอบที่ต่างประเทศ เพราะได้มีมติ ครม.ที่จะนำผลงานวิจัยนี้ไปผลิต และกรมวิทยาศาสตร์ทหารบกระบุว่า ถ้าจะผลิตได้ หน้ากากต้องผ่านมาตรฐาน 1ใน 5 ของโลก แต่จะเห็นได้ว่ากลุ่มที่แจ้งความนักวิจัยไม่เคยกล่าวถึงเอกสารฉบับนี้ที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งเราพยายามสื่อสารไปทางผู้ใหญ่ของกองทัพ ล่าสุดก็ได้รับการตอบรับที่ดีว่าจะนำเรื่องนี้เข้าพูดคุยในกองทัพบก และจะหาทางยุติให้เร็วที่สุด