โต้เมียหมอดูเมืองคอนร้องตร.วิสามัญ ‘รองโฆษก’ แจงเป็นฉาก เหตุเกิดจากเมียจนไล่ล่าผัว ยันไม่ได้ยัดยาบ้า

15.05.18 | 17:11 น.
ภาพขณะตำรวจปฏิบัติการไล่ล่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี นางสาวฐานิศ หริกจันทร์ ภรรยาของนายประภวิษณ์ บุญเนือง หมอดูไพ่ยิปซี ใน.จ.นครศรีธรรมราช ร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.คี. ในคดีที่สามีตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช วิสามัญฆาตกรรม โดยสงสัยว่ามีการปั้นพยานหลักฐานว่ามีการครอบครองยาเสพติด และทำลายหลักฐานกล้องหน้ารถ และเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ ว่ารับรายงานจาก ภ.จ.นครศรีธรรมราช ว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 19.00 น. พนักงานสอบสวน(พงส.) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายต่อสู่ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตํารวจ และใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตํารวจ และเจ้าหน้าที่ตํารวจใช้อาวุธปืนยิงป้องกันตัวกระสุนปืนถูกคนร้ายเสียชีวิต

“จากการสอบสวนสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุวิสามัญฯ  นางสาวฐานิศ หริกจันทร์ ภรรยาของนายประภวิษณ์ ผู้ตายซึ่งแยกกันอยู่มาประมาณ 1 ปี สาเหตุมาจากที่ผู้ตายเสพยาเสพติด ทะเลาะทําร้ายร่างกายกันบ่อยๆ นางสาวฐานิศ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน ขณะที่อยู่ในบ้านพักใน อ.พรหมคีรี ผู้ตายได้โทรศัพท์มาขอคืนดี แต่ตนไม่ยอมคืนดีด้วย ผู้ตายพูดข่มขู่ว่าจะมาทําร้าย จึงได้ไปนอนค้างคืนที่บ้านยาย กระทั่งเช้าของวันที่ 1 พฤษภาคม วันเกิดเห นางสาวฐานิศากลับมาบ้านพัก พบว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค กุญแจสํารองรถยนต์เก๋ง และกุญแจบ้านด้านหลัง หายไป จึงได้ไปร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ. พรหมคีรี”

“ระหว่างนั้น นางสาวฐานิศ ได้พบกับ ร.ต.ท.ประทีป สัมพันธมาศ ซึ่งรู้จักมาก่อนเนื่องจากเป็นเพื่อนของบิดา นางสาวฐานิศ จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ต่อมาเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน ทราบว่าผู้ตาย ได้ขับรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีเม็กซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผจ-4099 นครศรีธรรมราช มาเวียนหน้าบ้านพัก นางสาวฐานิศ กลัวว่าจะถูกทําร้ายจึงได้มาที่บ้านเพื่อนบ้าน ต่อมา ร.ต.ท.ประทีป ฯ กับพวก ได้ไปที่บ้านพักนางสาวฐานิศ และได้ให้ติดต่อทางโทรศัพท์กับผู้ตาย สอบถามเรื่องของที่สูญหายไป ผู้ตายรับว่าได้เอาไปจริง และจะนํามาคืนให้”

“หลังจากนั้นนางสาวฐานิศ ทราบจากเพื่อนว่า ผู้ตายได้จอดรถยนต์อยู่บ้านที่ควนยางแดง อ.พรหมคีรีจึงแจ้ง ร.ต.ท.ประทีป กับพวก เดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว พบรถยนต์ดังกล่าวจอดอยู่ มีผู้ตายเป็นคนขับ จึงได้แสดงตัวเป็นตํารวจเพื่อขอตรวจค้น แต่ผู้ตาย ไม่ยินยอมให้ตรวจค้น และได้ขับรถหลบหนีไป จากนั้นตำรวจได้ขับรถไล่ติดตาม อนถึงแยกดอนคา ร.ต.ท.ประทีป ได้ขับรถแซงไปประมาณครึ่งคัน และได้สั่งให้ผู้ตายจอดรถ ผู้ตายได้ลดกระจกลง แล้วใช้อาวุธปืนเล็งมาทางรถยนต์ของร.ต.ท.ประทีป”

“จนกระทั่งรถแล่นมาถึงสี่แยกดอนคา ผู้ตายได้จอดรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จอดรถด้านท้ายรถยนต์ผู้ตาย จากนั้น จ.ส.ต.สุวิทย์ ที่มาด้วย ได้ลงจากรถ วิ่งไปที่รถผู้ตาย เเต่ผู้ตายได้ขับรถออกไปอย่าง รวดเร็ว จ.ส.ต.สุวิทย์จึงใช้อาวุธปืนยิงไปที่ล้อด้านหน้าซ้ายแตก ผู้ตายได้ขับรถหลบหนีไปอีก 100 เมตร แล้วกลับรถ เมื่อมาตรงที่ จ.ส.ต.สุวิทย์ ยืนอยู่ ผู้ตายได้ใช้อาวุธปืนยิงตรงมา ที่ จ.ส.ต.สุวิทย์ จํานวน 1 นัด แต่กระสุนไม่ถูกผู้ใด ผู้ตายได้ขับรถยนต์หลบหนีไปอีก ผ่านสี่แยกนอกท่า สี่แยกน้ำแคบ สี่แยกเบญจมฯ จนมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นจุดกลับรถ ก่อนถึงโรงแรมสวีท การ์เดนท์ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ผู้ตาย ได้กลับรถ ขับมุ่งหน้าตรงไปทางสี่แยกเบญจมฯ อีกครั้ง ผู้ตายขับรถพุ่งชน ร.ต.ท.ประทีป จ.ส.ต.สุวิทย์ จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงถูกบริเวณประตูด้านขวารถ และผู้ตายได้ชักอาวุธปืนออกมาจะยิง ร.ต.ท.ประทีป ทำให้ ร.ต.ท.ประทีป ยิงป้องกันตัว กระสุนปืนถูกผู้ตายบริเวณหน้าอก 1 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการตรวจค้นรถยนต์ พบอาวุธ ปืนขนาด .38 หมายเลขทะเบียน กบ 2/2131 ของนางสาวขวัญจิตร หริกจันทร์ มารดา น.ส.ฐานิศ ตกอยู่ โดยในอาวุธปืนพบเครื่องกระสุน จำนวน 3 นัด และปลอกกระสุน ปืน 1 ปลอก และพบยาบ้า จํานวน 107 เม็ด”รองโฆษกตร.แจกแจง

รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า คดีดังกล่าว พงส. ได้รับคดีไว้สอบสวนจํานวน 3 คดี ดังนี้ 1.สํานวนชันสูตรพลิกศพ มีนางสาวฐานิศฯ เป็นผู้กล่าวหา (ผู้ร้อง) นายประภวิษณุฯ ผู้ตาย 2.สํานวนคดีฆ่าผู้อื่น (วิสามัญฆาตกรรม) โดยมีนางสาวฐานิศฯ ผู้กล่าวหา ร.ต.ท.ประทีปฯ กับพวก ผู้ต้องหา 3.สํานวนคดีต่อสู้ขัดขวาง และพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งได้ปฏิบัติตามหน้าที่ มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องเครื่องกระสุนปืนไว้ใน ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและ ไม่มีเหตุอันสมควรและจําเป็นเร่งด่วน โดยมี ร.ต.ท.ประทีป เป็นผู้กล่าวหา ผู้ตายเป็นผู้ต้องหา

Advertisement

“ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำและกำชับให้พนักงานสอบสวนทำงานตามขั้นตอน โดยอาศัยพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ดำเนินการด้วยความตรงไปตรงมา โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานและญาติผู้เสียชีวิต โดยไม่ได้กีดกั้นการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนการตรวจสอบ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นและมั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป”รองโฆษกตร.กล่าว