จากกรณีสังคมออนไลน์มีการเปิดเผยผลกระทบจากการล้างพิษในสถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง จนเสียชีวิตนั้น ซึ่งยังมีสถานบริการลักษณะนี้อีกมาก รวมไปถึงกิจการต่างๆที่อ้างว่าเป็นไปเพื่อสุขภาพ อย่างล่าสุดยังมีการโฆษณาการสะกดจิตบำบัด เพื่อรักษาโรค และช่วยให้ผู้มีพฤติกรรมทางเพศที่เปลี่ยนไปให้เป็นปกตินั้น จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง กระทั่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) เข้าไปตรวจสอบ แต่ปัญหาคือ ยังไม่มีกฎหมายมาควบคุมสถานประกอบการเหล่านี้ได้ จนทำให้กิจการพวกนี้ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเปิดบริการเป็นหมื่นๆแห่งนั้น
เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) แถลงข่าว “การบังคับใช้ พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ” ว่า ที่ผ่านมามีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจำนวนมาก ที่ไม่ได้มาตรฐานมีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงมากมาย หนำซ้ำเบื้องหลังมีการบริการอื่นๆแอบแฝงอีก โดยเฉพาะการนวด การสปาต่างๆ ยังไม่นับรวมกับศูนย์บริการเพื่อสุขภาพอีกจำนวนมาก ทั้งศูนย์ล้างพิษ ฟิตเนส ฯลฯ ทั้งหมดไม่เคยมีกฎหมายออกมาควบคุม แต่ล่าสุด พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในอีก 180 วัน หรือวันที่ 27 กันยายนนี้ โดยเบื้องต้นจะครอบคลุมสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 2 กลุ่มคือ กิจการสปา และกิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อความงาม เนื่องจากกลุ่มกิจการเหล่านี้มีจำนวนมาก ที่ผ่านมามีการขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตตามพ.ร.บ.สถานบริการของกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2509 จำนวน 1,609 แห่ง แต่ในความเป็นจริงยังมีอีกเป็นหมื่นๆแห่งทั่วประเทศ
“ที่ผ่านมาสถานบริการพวกนี้จะไปขึ้นทะเบียนกับทางกระทรวงมหาดไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ฯสถานบริการอาบ อบ นวด แต่ในส่วนกิจการเพื่อสุขภาพไม่มีกฎหมายมาดูแลโดยเฉพาะ แต่เมื่อมีพ.ร.บ.ฉบับนี้ จะทำให้กิจการทั้งหลายที่เข้าข่าย จะต้องขึ้นทะเบียนและได้รับการรับรองทั้งหมด ส่วนกิจการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพที่ไม่ใช่การรักษาพยาบาล อย่างฟิตเนส เนิร์สซิ่งโฮมดูแลผู้สูงอายุ รวมไปถึงศูนย์ล้างพิษ หรือศูนย์บริการอื่นๆที่อ้างว่าเพื่อสุขภาพ อย่างสะกดจิตบำบัด หลังจากพ.ร.บ.ฯนี้บังคับใช้อย่างเป็นทางการจะมีการออกกฎกระทรวงเพื่อดูแลเป็นการเฉพาะ เนื่องจากตามมาตรา 3 (3) ในพ.ร.บ.ระบุชัดว่าให้รวมกิจการอื่นๆตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฯ” น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าว
อธิบดี สบส. กล่าวอีกว่า ดังนั้น ในระหว่างรอ 180 วัน จะเป็นช่วงที่ให้สถานประกอบการทั้งหลายที่เข้าข่ายได้เตรียมตัว และมาแจ้งขึ้นทะเบียนกับทาง สบส. ซึ่งหากไม่ดำเนินการและมีการตรวจสอบหลังเดือนกันยายน 2559 จะถือว่าสถานประกอบการนั้นๆ ผิดกฎหมาย เป็นสถานประกอบการเถื่อน โดยมีความผิดฐานลักลอบเปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากแอบอ้างใช้ชื่อว่าเป็ฯสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจะมีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท ส่วนผู้ดำเนินการสถานประกอบการนั้นๆ จะมีโทษปรับ 30,000 บาท ขณะที่ผู้ให้บริการ หรือผู้นวด จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือใบผ่านการอบรมการนวด ในกรณีที่เป็นผู้ให้บริการที่ถูกต้อง แต่อยู่ในสถานประกอบการเถื่อนก็ถือว่าผิดไปด้วย ส่วนสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนก็จะได้รับใบรับรอง และโลโก้สัญลักษณ์จากสบส.เป็นเครื่องการันตี
น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวอีกว่า สำหรับกิจการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้ ประกอบด้วย 1.กิจการสปา ซึ่งให้การดูแลเสริมสร้างสุขภาพโดยใช้น้ำบำบัด นวดร่างกายเป็นหลัก และมีบริการอื่นเสริมอย่างน้อย 3 อย่าง ที่กำหนดในธุรกิจสปา เช่น บริการด้วยความร้อน เช่น ประคบหิน อบซาวน่า การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ อาทิ แอโรบิก ฟิตเนส ฟิตบอล ไทเก๊ก โยคะ ฤาษีดัดตน และการทำสมาธิ อาทิ นั่งสมาธิ ชี่กง เรกิ และ 2. กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเสริมความงาม เช่น นวดหน้า พอกหน้า เป็นต้น ตรงนี้จะรวมถึงร้านตัดผมทั่วไป ที่ภายในร้านมีบริการนวดหน้าด้วย ซึ่งก็ต้องมายื่นขอให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นก็ต้องเลือกกิจการทำผมเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจการที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต เพราะถือเป็นกิจการการบริการเพื่อสุขภาพที่ไม่ใช่การรักษา โดยจะได้รับข้อยกเว้นดังกล่าวด้วย สำหรับการพิจารณาการขึ้นทะเบียนนั้น จะใช้เวลา 60 วัน ดังนั้น หากมาแจ้งยื่นขึ้นทะเบียนไว้ แม้จะมีการประกาศใช้กฎหมายแล้ว ก็ถือว่าปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ในกลุ่มที่ไม่แจ้งขอขึ้นทะเบียนจะเข้าข่ายผิดกฎหมายทันที
ด้าน นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สบส. กล่าวว่า ผู้ประกอบการสามารถขึ้นทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของ สบส. http://www.hss.moph.go.th หรือยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งจะมีสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพประจำแต่ละเขตพื้นที่ ทั้ง 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ หรือ สามารถยื่นได้ด้วยตนเองที่กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สบส. โดยใบอนุญาตมีอายุ 5 ปี ทั้งนี้ สอบถามได้ที่ Call Center 0-2193-7999


