จากการที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่มีการเสนอแก้ไขสาระสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมสารเสพติด และกำหนดมาตรการควบคุมพิเศษในการป้องกัน ปราบปราม แก้ไขปัญหาและควบคุมยาเสพติด โดยกำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) อาจกำหนดพื้นที่ในการทดลองเพาะปลูกพืช ที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ หรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ หรือผลิตและทดสอบเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม(บอร์ดอภ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ กล่าวว่า จากนี้จะเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เพื่อพิจารณาว่าจะเป็นกฎหมายและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่ ซึ่งภายหลังจากประกาศแล้วกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน ในระหว่างที่กฎหมายยังไม่ประกาศใช้ คณะทำงานเกี่ยวกับกัญชาที่คณะกรรมการฯมีการตั้งขึ้นทั้ง 4 ชุด จะต้องทำงานคู่ขนานกันไป โดยจัดทำกรอบการทำงาน(โรดแม็ป)และจะมีการหารือร่วมกันของคณะกรรมการฯอีกครั้งในปลายเดือนมิถุนายน 2561
“ย้ำว่าประมวลกฎหมายที่ครม.เห็นชอบนั้นยังกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 เหมือนเดิม เพียงแต่เปิดช่องให้รัฐมนตรีสามารถออกประกาศเพื่อให้สามารถนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ โดยมีระบบควบคุมที่รัดกุม ไม่ให้มีการนำกัญชาไปใช้ในทางอื่น”นพ.โสภณกล่าว

