สธ.ร่วมธ.กรุงไทย จัดเครื่องวัดความดันโลหิต 200 แห่งทั่วกทม.

17.05.18 | 14:38 น.

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลกกำหนดให้วันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันความดันโลหิตสูงโลกเพื่อให้ทุกประเทศตระหนักถึงความสำคัญของโรคดังกล่าวซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด และขาดการออกกำลังกาย ซึ่งปัจจุบันนับว่าเป็นปัญหามากทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเศรษฐกิจใหม่  รวมถึงประเทศไทยพบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจาก 3,936,171 ราย เป็น 5,597,671 ราย เฉลี่ยพบผู้ป่วยรายใหม่ปีละประมาณ 3 แสนคน ในจำนวนนี้พบว่าร้อยละ 50 ไม่รู้ตัวเองมาก่อน ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ชายเพราะสุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยได้เข้ารพ.เลยไม่ค่อยได้ตรวจสุขภาพ จึงไม่รู้ตัวเองว่าป่วย จะมารู้ตัวอีกทีเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงไปแล้ว เช่น หลอดเลือดหัวใจและสมอง ไต เบาหวาน บางคนช็อคหมดสติจากภาวะเส้นเลือดสมองตีบ หรือแตกทำให้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพตามมา

นพ.ขจรศักดิ์ กล่าว การรณรงค์ของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคปีนี้จะเน้นการเข้าถึงการตรวจสุขภาพวัดความดันให้มากขึ้น โดยร่วมกับธนาคารกรุงไทย 200 แห่ง ในกทม. และปริมณฑล ในการเอาเครื่องวัดความดันอัตโนมัติไปตั้งไว้บริการประชาชนที่มารอรับบริการที่ธนาคาร ให้สามารถตรวจวัดความดันได้แล้วจะมีการส่งข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์เข้าระบบสาธารณสุขต่อไป หากคนที่เริ่มมีปัญหาความดันสูง เช่น ตัวเลขขีดบนซึ่งเป็นค่าการบีบตัวของหัวใจเกิน 120 ก็จะมีคำแนะนำเรื่องการปรับพฤติกรรมคือลดการกินเค็มลง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ เป็นต้น ทั้งนี้หากคนที่ยังไม่ป่วยควรมีการตรวจวัดความดันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือ 3 -6 เดือนครั้ง หากเริ่มมีปัญหาอาจจะต้องตรวจวัดทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงคือ อายุมากกว่า 35 ปี ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง คนอ้วน