“บิ๊กโจ๊ก” รุดตรวจช่องลับ ‘รถทัวร์ดัดแปลง’ ลักลอบขน ชาวโรฮิงญา เข้าข่ายค้ามนุษย์

17.05.18 | 18:08 น.

เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 17 พฤษภาคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว( ผบช.ทท.)พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิสมัย รองผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191. ตำรวจสน.บางเสาธง และกรมการขนส่งทางบก นำกำลังบุกเข้าค้นอู่จอดรถโดยสารบริษัทศรีสยามทัวร์ ถ.กาญจนาภิเษก แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม.หลังพบว่ามีการดัดแปลงช่องเก็บของภายในรถตัวรถ ให้เป็นห้องเพื่อนำชาวโรฮิงญา ที่ล่องเรือข้ามประเทศมา ขึ้นตามชายแดนประเทศไทย เพื่อไปส่งให้กับนายหน้า หาทางส่งต่อข้ามไปยังประเทศ มาเลเซีย
ที่เกิดเหตุเป็นอู่รถทัวร์ขนาดใหญ่ ของบริษัทศรีสยามทัวร์ จำกัด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและกรมการขนส่งทางบกเชิญตัวคนขับรถโดยสารกว่า 30 คน มาทำการลงบันทึกและตรวจปัสสาวะ ก่อนที่จะกระจายกำลังกันตรวจค้นรถบัสโดยสาร 2 ชั้น พบว่าแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อจะมีขนาดที่แตกต่างกัน แต่แทบทุกคันมีห้องเก็บสัมภาระและห้องที่ใช้สำหรับพัก บางอย่างผิดเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก โดยมองว่าช่องทางดังกล่าวอาจเป็นที่หลบซ่อนของกลุ่มชาวโรฮิงญา


พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การตรวจค้นในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลการจับกุมชาวโรฮิงญาในพื้นที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเบื้องต้นพบว่าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 11 ราย โดยกระบวนการนี้มีแผนพฤติกรรมมีการใช้รถทัวร์โดยสาร เป็นพาหนะในการคนชาวโรฮิงญาเดินทางหลบหนีเข้าเมืองซึ่งซุกซ่อนตบตาเจ้าหน้าที่ในช่องลับเก็บสัมภาระเพื่อส่งให้ประเทศเพื่อนบ้าน โดยจากการตรวจค้นวันนี้เบื้องต้นพบรถที่เข้าข่ายการกระทำความผิดมีการดัดแปลงช่องลับจำนวนทั้งสิ้น 6 คัน แสดงให้เห็นว่ามีส่วนในการขนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศโดยผิดกฎหมายจริง

จากการสอบสวนผู้ขับขี่ที่ขนชาวโรฮิงญาให้การว่ารับการว่าจ้างจากเอเยนต์ให้ขนชาวโรฮิงญาคนละ 1,500 บาท สอดรับกับคำให้การของแรงงานต่างด้าว ที่ให้การว่ามีการจ่ายเงินให้กับเอเยนต์อยู่รายละ 17,000 ถึง 20,000 บาทเป็นค่าดำเนินการในการผ่านเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย ในส่วนของผู้ว่าจ้างได้ สืบทราบว่าเป็นเอเย่นต์ชาวต่างชาติ ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนทราบตัวผู้กระทำความผิดและผู้ร่วมขบวนการแล้วอยู่ระหว่างการขออำนาจศาลออกหมายจับเพิ่มเติม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาความผิดตามพ.ร.บ.ค้ามนุษย์และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และความผิดตามพ.ร.บ.ขนส่งในเรื่องของการดัดแปลงสภาพรถโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน. บางเสาธงดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement