เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่กรมควบคุมโรค นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีชมรมผู้ป่วยมะเร็งชลบุรี กว่า 100 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุขผ่านทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี เรียกร้องให้มีการขึ้นทะเบียนรับรองสมุนไพรรักษามะเร็งของนายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง โดยระบุว่าผู้ป่วยที่มารับยาหมอแสงแล้วอาการดีขึ้น ความเจ็บปวดทุเลาอย่างเห็นได้ชัด ว่า ถ้าจะขึ้นทะเบียนเป็นยาก็ต้องทำไปตามขั้นตอนของกฎหมายเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนยา ซึ่งเชื่อว่าหมอแสงเองก็รู้ว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร และที่ผ่านมากระทรวงก็ไม่เคยบอกว่าห้ามหมอแสงแจกสมุนไพร ผลการศึกษาที่ออกมาบอกก่อนหน้านี้ก็เป็นไปตามผลจากการศึกษาจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่ประชาชนบอกว่าอาการดีขึ้นอาจจะเป็นเรื่องของภูมิคุ้มกัน สภาวะจิตใจที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นกระทรวงไม่เคยทำลายความหวังของประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าก่อนหน้านี้ประชาชนไม่เชื่อกระทรวงสาธารณสุขมองว่ากระทรวงฯ กลั่นแกล้งหมอแสง กรณีที่ออกมาเปิดเผยผลการศึกษาสมุนไพรของหมอแสงไม่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า คิดว่าก็เป็นความเชื่อในความเห็นของตัวเองมากกว่า แต่กระทรวงจะไม่แถลงสิ่งที่ไม่เป็นความจริง เพราะฉะนั้นเมื่อเราแถลงสิ่งที่เป็นความจริงแล้วก็เป็นวิจารณญาณของประชาชนว่าเห็นเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างไร กระทรวงไม่มีอคติในเรื่องใดๆ แจ้งความจริงให้กับประชาชนแล้วก็เอาความจริงนั้นไปประมวล และมีวิจารณญาณเองว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร
ด้าน นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า เรื่องการขึ้นทะเบียนยาจะต้องเป็นไปตามพ.ร.บ.ยา ซึ่งคนที่จะขึ้นทะเบียนยาต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้ โดยเจ้าของหรือผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนยาตัวใดตัวหนึ่งจะต้องมายื่นต่ออย.แล้วทางอย.จะมีผู้เชี่ยวชาญมาพิจารณาอย่างรอบคอบใน 3 ด้านคือ 1.ประสิทธิภาพ ต้องมีการศึกษาวิจัยที่เป็นมาตรฐานรองวับว่าได้ผลในการรักษาโรคนั้นๆ จริง 2. ปลอดภัย คือไม่มีการปนเปื้อน ปลอมปนสารอันตรายหรือเชื้อโรคต่างๆ และ 3. เรื่องคุณภาพ ยาที่ขึ้นทะเบียนต้องมีคุณภาพ เช่นสมมติว่าเป็นยาที่บรรจุในแผง 10 เม็ด ยาทั้ง 10 เม็ดนั้นต้องมีน้ำหนัก ปริมาณสารสำคัญที่เหมือนกันทุกเม็ด ไม่ใช่ว่าเม็ดแรกมีสารตัวหนึ่งมากกว่า อีกเม็ดก็มีสารตัวหนึ่งมากกว่า น้ำหนักเม็ดยาก็ไม่เท่ากัน ขอย้ำว่าการขึ้นทะเบียนยาต้องมีข้อมูลวิชาการรองรับซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ และเป็นสากล ไม่ใช่การขึ้นทะเบียนตามความรู้สึก ความเชื่อ กรณีของยาสมุนไพรก็เช่นเดียวกันการขึ้นทะเบียนยาต้องยึดหลัก 3 ประการดังกล่าวคือมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย มีคุณภาพ.

