ปลัดสธ.ประชุมผอ.รพ.ทั่วปท. ขอเวลา 1 สัปดาห์ รู้แน่! รพ.ไหนจ่ายค่าจ้างน้อยกว่าขั้นต่ำ(คลิป)

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวภายในงานประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางและส่วนภูมิภาคนอกสถานที่ ครั้งที่ 5/2561      โดยมี รองปลัด อธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป จากทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมกว่า 500 คน โดยได้มอบนโยบายการบริหารงานบุคคล กรณีค่าแรงลูกจ้างของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในส่วนเงินบำรุง ซึ่ง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายเรื่องการจ้างงานลูกจ้างของหน่วยงานในสังกัด ขอให้ค่าแรงที่จ้าง ต้องไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายของกระทรวงแรงงาน และเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข

นพ.เจษฎา กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางกลุ่มบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปรวบรวมข้อมูลว่า มีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงฯ กี่แห่งที่มีปัญหาในการจ้างลูกจ้าง และมีกี่แห่งจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ คาดว่าอีกประมาณ 1 สัปดาห์จะทราบผล   นอกจากการสำรวจการจ้างงานที่มีอยู่ว่า เป็นไปตามนโยบายหรือไม่  ซึ่งขณะนี้ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข มีกรอบอัตรากำลังอยู่ โดยมอบให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หรือผู้บริหารส่วนกลางแล้วแต่กรณีในการพิจารณาว่า โรงพยาบาลแต่ละแห่งควรมีกรอบอัตรากำลังที่เหมาะสมและสอดคล้องกับภาระงานอย่างไร ที่แน่ๆ ได้กำชับแล้วว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตามการจ้างงานต้องเป็นไปตามกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำ อย่างรายวันต้อง 300 บาทต่อวัน   ซึ่งจะได้มีหนังสือแจ้งเวียนแนวทางปฏิบัติไปยังหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศต่อไป

นพ.เจษฎา กล่าวอีกว่า  นับจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานในลักษณะใด จะต้องผ่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจารณาอีกรอบ เพราะไม่ใช่ว่าจะจ้างโดยไม่มีกรอบ จะเป็นปัญหาได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนประเด็นการพิจารณาให้ลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างเหมารายเดือน รายวัน ให้ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุขนั้น ยังเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาและจะนำเข้าวาระที่ประชุมคณะกรรมการพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (กพส.) เพื่อพิจารณากรอบอัตรา งบประมาณที่ใช้ และเสนอต่อผู้บริหารในการปรับการบรรจุเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ส่วนการพิจารณาจัดจ้างพนักงานกระทรวงสาธารณสุขด้วยเงินงบประมาณของรัฐบาลโดยตรง ไม่ใช้เงินบำรุงของโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการ ซึ่งอาจะจะต้องมีการนำไปหารือกับกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (  ก.พ.) และจะประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งในวันที่ 15 สิงหาคม 2561

บทความก่อนหน้านี้อัยการเตือน พ่อแม่ เผยแพร่ คลิปลูก เรียกยอดไลค์ – แชร์ ระวังผิดพ.ร.บ.เด็ก มีโทษจำคุก
บทความถัดไปแคสเปอร์สกี้ คาดครึ่งปีหลัง ภัยไซเบอร์ขั้นสูงเพิ่มความแกร่ง แถมพ่วงเครื่องมือใหม่ร้ายแรง