มื่อวันที่ 18 พฤษภาคม หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและพบปะกับผู้บริหาร ข้าราชการ ครูอาจารย์ นักสังคมสงเคราะห์ ฝ่ายปกครอง บุคลากรในสังกัด และปฏิบัติหน้าที่ครูพิเศษ วิชา ‘กำเนิดไทย และหน้าที่พลเมือง’ แก่เยาวชนสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี ที่ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า
“จะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามที ทุกคนในชาติมองเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สุด ซึ่งหมายถึงคำอธิบายหรือผลลัพธ์ทางการปฏิบัติอันเกี่ยวข้องกับหลักศีลธรรมจรรยาของคนในสังคมหนึ่งๆ ซึ่งไม่พ้นการยึดมั่นในเรื่องของหลักคิดทางต้นแบบของสังคม เพราะหากการบริหารขาดแนวคิดและการปฏิบัติทางธรรมาภิบาลที่เหมาะสม อันเป็นผลมาจากความเห็นแก่ตัว ความไม่ซื่อตรงต่อตนเอง ครอบครัว องค์กร และสังคม ผลลัพธ์ย่อมเป็นไปในทางลบ ผู้คนเกิดความห่วงใย สังคมระส่ำระสาย และอีกบางส่วนขาดมาตรฐานทางคุณภาพ นักการศึกษาจึงล้วนมองว่า สิ่งที่เรียกว่า ‘คุณลักษณะคุณธรรม’ อาทิ ความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียร ความจริงใจต่อกัน และความตรงไปตรงมา ตลอดจนการละเว้นการโกหกหลอกลวง การทุจริตคดโกง หรือความโลภโมโทสัน เป็นต้น ล้วนเป็นตัวชี้วัดในความสำเร็จหรือความไม่สำเร็จทางการบริหารและการดำรงชีวิตของผู้คนตั้งแต่กลุ่มล่างสุดจนบนสุด ผมขอฝากผู้บริหารสถานพินิจฯ ศูนย์ฝึกและอบรมฯ ครูอาจารย์ ข้าราชการ และลูกหลานเยาวชนได้มีข้อควรคำนึงในชีวิตประจำวันเรื่องความจริงใจและความซื่อตรงเป็นสำคัญ เห็นได้ว่า หลายเชื้อชาติและวัฒนธรรมของแต่ละศาสนาล้วนให้คุณค่าและความสำคัญในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นอันดับแรก หากขาดไปซึ่งองค์ประกอบทางสังคมประการนี้แม้เพียงน้อยนิด นั่นคือตราบาป การทำร้ายตัวเราเอง และสังคมย่อมขาดความเชื่อมั่นศรัทธา การขับเคลื่อนเพื่อความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ เรื่อง ย่อมเป็นที่ยุติ และอาจไม่ต้องมีการกล่าวถึงกันอีกต่อไป”





