“อาหารปลอดภัย” จัดเป็นประเด็นสำคัญที่สุดอีกประการของการปฏิรูประบบสุขภาพของประเทศไทย คำว่า “อาหารปลอดภัย” ไม่ใช่เพียงแต่ดูที่จะกินชนิดของอาหารอะไรได้บ้าง ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องของหวาน แป้ง น้ำตาล เครื่องดื่มน้ำอัดลม ที่ทำให้อ้วน และสุ่มเสี่ยงต่อโรคที่ตามมาอีกหลายชนิด ทั้งอ้วน เบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง แต่ยังหมายรวมถึงเรื่องความสะอาด ไม่ใช่มุ่งประเด็นแต่เรื่องการปนเปื้อนด้วยเชื้อโรค แต่ยังมุ่งถึงการปลอดจากสารเคมีที่ใช้ยืดอายุของอาหาร กันเสีย กันบูด กันการเหม็นหืน ซึ่งมีผลในระยะยาวทำให้เกิดโรคของอวัยวะต่างๆ เช่น มะเร็ง และทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ไปทำลาย
วิตามินบี จนกระทั่งเกิดโรคทางเส้นประสาทชา อ่อนแรง หรือมีหัวใจวาย และยังรวมถึงสารเคมีที่ใช้ในการเกษตรกรรม เรือกสวน ไร่นา พืชผักผลไม้ สารฆ่าวัชพืชหรือสารทำลายศัตรูพืชต่างๆ
สารเคมีอันตราย พาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) และ คลอร์
ไพริฟอส (Chlorpyrifos) มีข้อเท็จจริงทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และหลักฐานเชิงประจักษ์ชี้ชัดสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพาราควอตที่มีพิษเฉียบพลันสูงต่อมนุษย์ และมีผลกระทบเรื้อรังต่อสุขภาพ เช่น ก่อโรคพาร์กินสัน สมองเสื่อม ฯลฯ แม้ใส่อุปกรณ์ป้องกัน ยังสามารถผ่านเข้าสู่ร่างกายได้โดยการสัมผัสทางผิวหนัง รวมทั้งบาดแผล แล้วซึมเข้าร่างกาย จนเกิดอันตรายถึงชีวิต ทั้งยังพบตกค้างในอาหาร สิ่งแวดล้อมและมนุษย์
จากข้อมูลการวิจัยของหลายสถาบัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สมควรยกเลิกพาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต ทั้งนี้ ในเวทีแถลงข้อเท็จจริงทางวิชาการในการควบคุมสารเคมีอันตราย
พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม จัดโดยภาคีเครือข่าย
นักวิชาการ อาทิ ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภาเภสัชกรรม สหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย ฯลฯ
ผมได้ให้ข้อมูลทางวิชาการ ในฐานะที่ผมได้ติดตามข้อมูลเรื่องนี้มานานหลายปีว่า ผลกระทบต่อสุขภาพของพาราควอตและไกลโฟเซตนั้นมีหลักฐานมากมาย ทั้งที่มีการติดตามผู้ที่สัมผัสกับสารเคมีเหล่านี้ และเป็นการศึกษาในห้องปฏิบัติการในระดับเซลล์และในระดับยีน พบตรงกันว่าสารเหล่านี้มีพิษในระยะยาว และก่อให้เกิดโรคทางสมองที่รักษาไม่ได้ ได้แก่ โรคพาร์กินสัน โรคสมองเสื่อม และอาจจะเกี่ยวพันกับมะเร็ง
ส่วนตัวแล้วได้พบคนตายอย่างทรมานหลายราย ที่พลาดสัมผัสผิวหนังหรือกินโดยอุบัติเหตุและตายทรมานจากเนื้อปอดเป็นพังผืด ตับวายและไตวาย ต่อมาแม้มีการใช้โดยให้มีการปกปิดร่างกายมิดชิด แต่ก็ยังสามารถเข้าร่างกายได้โดยการสัมผัสทางผิวหนัง ผิวหนังอ่อน เยื่อบุ รวมทั้งเข้าทางแผล แล้วซึมเข้าร่างกายจนเกิดอันตรายถึงชีวิต
นอกจากนั้น ภายในระยะเวลา 3 ปีที่
ผ่านมา พบว่า โรคพาร์กินสันก่อกำเนิดได้โดยเชื่อมโยงกับในลำไส้ ทั้งนี้ อาจจะเกิดขึ้นจากเชื้อโรค หรือสารพิษ สารเคมี และทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลำไส้ ส่งผลทำให้เกิดการอักเสบและสามารถเปิดผนังกั้นหลอดเลือดในสมองทำให้สารพิษสามารถทะลักเข้าไปได้ นอกจากนั้น อาจเข้าไปทางเส้นประสาทที่อยู่ที่ลำไส้ ส่งต่อผ่านไปยังสมองส่วนต่างๆ จนเกิดโรคทางสมองขึ้น
ข้อมูลเหล่านี้ เป็นข้อมูลที่เพิ่งค้นพบใหม่ทั้งสิ้น แต่บางคนอาจไม่ได้รับทราบ เพราะดูเป็นเรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใด
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

