เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว( ผบช.ทท.)พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รอง ผอ.การท่าอากาศยานสุวรรณิ พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 ร่วมกันบูรณาการกำลังเข้าช่วยเหลือ นางสาวจินไช่ เชน อายุ 39 ปี สัญชาติจีน ผู้เสียหาย ขณะเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมาผู้เสียหายเดินทางจากฮ่องกงมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อลงจากเครื่องบิน ถูกกลุ่มคนร้าย 5 คน บังคับข่มขู่พาตัวออกจากสนามบินขึ้นรถตู้ไปเรียกค่าไถ่ 2 ล้านหยวน หรือประมาณ 10 ล้านบาท
ต่อมาวันที่ 18 พฤษภาคม นายฮาน ยัง ลิม สัญชาติแทนซาเนีย เชื้อสายจีน สามีของผู้เสียหาย มาแจ้งความร้องทุกข์ว่า ภรรยาถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ซึ่งตนและญาติผู้เสียหายจ่ายค่าไถ่ไป 2 ล้านหยวน หรือประมาณ 10 ล้านบาท แล้วแต่กลุ่มคนร้ายยังไม่ยอมปล่อยตัวผู้เสียหาย และเรียกค่าไถ่เพิ่มอีก 1 ล้านหยวน หรือประมาณ 5 ล้านบาท พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบูรณาการกำลังสืบสวนติดตามกลุ่มคนร้าย ทราบว่าช่วงระหว่างวันที่ 6 – 18 พฤษภาคม ผู้เสียหายถูกจับไปกักขังไว้ในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ก่อนจะพาไปกักขังต่อที่บ้านเช่าในเขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และสุดท้ายพาไปกักขังที่บ้านแห่งหนึ่งเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ซึ่งในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนติดตามอยู่นั้น กลุ่มคนร้ายหลบหนีพาผู้เสียหายมาที่กรุงเทพมหานคร และปล่อยตัวในวันที่ 19 พฤษภาคม โดยการใช้ผ้าปิดตาผู้เสียหายไว้ตลอดการเดินทางแล้วให้ลงจากรถยนต์บริเวณ ริมถนนบางนา-ตราด เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ก่อนจะหลบหนีไป จากนั้นผู้เสียหายจึงติดต่อญาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่าจากการสืบสวนว่าคนร้ายที่จับตัวผู้เสียหายจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปเรียกค่าไถ่ นั้น ประกอบด้วย คนไทย คน และ ชาวจีน 4 คน คือ น.ส.วรรษิการ เติมธนาภัทร หรือ แอนนา สัญชาติไทย นายซุน เหวินฉี (Mr.Wenqu Sun)สัญชาติจีน น.ส.ไค เมยเลิง (MissMeiling Kai)สัญชาติจีน นายซอง หมิง (Mr.Ming Song) สัญชาติจีน(ฮ่องกง)
และ นายซุน ดองเหลียง (Mr.Dongliang Sun) สัญชาติจีน ซึ่งศาลจังหวัดสมุทรปราการอนุมัติหมายจับทั้ง 5 คน แต่คนร้ายชาวจีน 4 คน หลบหนีออกนอกประเทศไปก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ ส่วนผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ๆ ที่ร่วมกับ น.ส.วรรษิการ ขณะนี้ทราบชื่อทั้งหมดแล้วโดยอยู่ระหว่างการติดตามมาดำเนินคดี


รายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนได้ทำการตรวจสอบภาพวงจรปิดในวันเกิดเหตุ โดยกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุที่สนามบินสุวรรณภูมิจับภาพเหตุการณ์ขณะที่สองสามีภรรยาได้เดินทางด้วยเครื่องบินมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจากนั้นได้มีตำรวจยศดาบตำรวจสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อำนวยความสะดวกคอยรับสองสามีภรรยา นอกจากนี้ยังพบว่าระหว่างที่สองสามีภรรยานั้นอยู่ภายในสนามบินกลุ่มคนร้ายจับตัวภรรยาของผู้เสียหายไป ซึ่งเบื้องต้นชุดสืบสวนได้เชิญตัวดับตำรวจคนดังกล่าวมาทำการสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยและทำการแจ้งข้อกล่าวหาก่อนส่งเรื่องให้ทางต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยและอาญาให้ออกราชการตามขั้นตอนต่อไป

