กลุ่มแรงงานจี้ ‘บิ๊กตู่’ ออกนโยบายช่วยลูกจ้างส่วนราชการ แย้มพนง.มหาวิทยาลัยอีกกลุ่ม

21.05.18 | 13:20 น.

ความคืบหน้าภายหลังผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชน ได้ติดตามกรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินทดแทน ฉบับที่..พ.ศ..เตรียมดันกฎหมายเงินทดแทนให้ครอบคลุมลูกจ้างส่วนราชการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเตรียมจะประกาศใช้ในปีนี้ แต่ปรากฎว่ายังมีอีกกลุ่มที่อาจไม่เข้าข่ายได้สิทธิตามกฎหมายกองทุนเงินทดแทน คือ ลูกจ้างเหมาบริการที่ถูกส่วนราชการว่าจ้างที่อาจเข้าข่ายผิดประเภท ทำให้ไม่ถูกจัดอยู่ในระบบ ทั้งๆที่เป็นแรงงานที่มีนายจ้าง จนเกิดการเปิดเผยข้อมูลและล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ทุกส่วนราชการดำเนินการให้ถูกต้องและจัดหาสวัสดิการให้นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ในฐานะโฆษกกรรมาธิการวิสามัญยกร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินทดแทน ฉบับที่ พ.ศ.. ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ว่า สาเหตุที่ต้องเปิดเผยกรณีลูกจ้างเหมาบริการไม่ได้สิทธิสวัสดิการนั้น ไม่ได้ต้องการให้ส่วนราชการได้รับโทษแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการให้ช่วยกันและหันมาปรับระบบการจ้างงานให้ถูกต้อง เนื่องจากลูกจ้างเหมาบริการส่วนนี้มีปัญหามาก พวกเขาไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการใดๆเลย เนื่องจากเป็นการจ้างงานที่ผิดประเภท แม้ทางกฎหมายจะระบุว่า หากเป็นการจ้างเหมาบริการ โดยจ้างทำของจ้างทำงานเป็นครั้งๆ ไม่มีผู้บังคับบัญชาจะเป็นการจ้างที่ไม่ได้รับสิทธิ คล้ายทำงานอิสระ หรือฟรีแลนซ์ แต่ในความเป็นจริงพวกเขาไม่ได้ถูกจ้างงานลักษณะเหมาทำของ แต่เป็นการจ้างงานระยะยาวแบบปีต่อปี มีการทำงานในสำนักงานของตามกรม กอง หรือหน่วยบริการ ซึ่งเข้าข่ายการทำงานที่มีนายจ้าง และจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบประกันสังคม ไม่ใช่อย่างที่รัฐออกมาพูดว่า หากอยากเข้าประกันสังคมให้จ่ายเงินสมทบตามมาตรา 40 ของกองทุนประกันสังคม แบบนั้นไม่ใช่

“  ประเด็นการเข้าสู่มาตรา 40 ของกองทุนประกันสังคม ใครที่มีอายุ 15-60 ปีและมีรายได้ แต่ไม่ได้ทำงานในระบบก็สามารถสมัครและจ่ายเงินสมทบตามมาตรา 40 ได้ ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบ แต่ลูกจ้างกลุ่มนี้ไม่ใช่ แม้ชื่อจะบอกว่าจ้างงานแบบเหมาทำของ แต่ความจริงเป็นการจ้างคนทำงาน มีการจ่ายเงินเดือน แต่กลับไม่มีสิทธิสวัสดิการ ดังนั้น ทางเครือข่ายแรงงานและทางคณะกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.บ.ฯ จึงพยายามจะให้พวกเขาได้เข้ากองทุน แต่จะเข้าได้พวกเขาต้องเข้าสู่กองทุนประกันสังคมตามสิทธิลูกจ้างทั่วไปก่อน ดังนั้น ขณะนี้จึงกำลังทำหนังสือเพื่อเสนอต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้เรื่องนี้ประกาศเป็นนโยบายให้ทุกกระทรวงปรับการจ้างงานลูกจ้างเหมาบริการให้เป็นลูกจ้างทั่วไปที่มีนายจ้าง เพื่อให้เข้าสู่กองทุนประกันสังคม” นายมนัส กล่าว

นายมนัส กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นต้องมีการปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองแรงงานด้วย เพราะทุกวันนี้ยังไม่ครอบคลุมในส่วนราชการ ทั้งหมดต้องทำงานประสานกัน จึงจะเป็นการปฏิรูปแรงงานอย่างแท้จริง และหากรัฐบาลให้ความสำคัญกับแรงงาน หรือลูกจ้างทุกประเภทจริงๆ และผลักดันเรื่องนี้ จะถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้แก่ลูกจ้างส่วนราชการทุกประเภท และยังให้แก่ลูกจ้างส่วนเอกชนด้วย เนื่องจากร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินทดแทนฯ ฉบับใหม่นี้จะครอบคลุมลูกจ้างส่วนราชการ และเอกชน เรียกว่าลูกจ้างทุกคนในพื้นที่ประเทศไทย

“ล่าสุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้ประสานมาเพื่อขอตัวเลขว่า ขณะนี้ส่วนราชการมีการจ้างงานลูกจ้างเหมาบริการมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากตัวเลขภาพรวมที่มีการนำเสนอไปว่า 4-5 แสนคนนั้น ไม่ได้ระบุละเอียดว่ากระทรวงไหนมีกี่คน ซึ่งเรื่องนี้ผมกำลังประสานหาตัวเลขอยู่ เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นการประมาณการ เนื่องจากแต่ละกระทรวงก็ไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด แต่เชื่อว่าตัวเลขการจ้างมีอยู่แล้ว เพียงแต่จะบอกหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาทราบจากทางสำนักงานประกันสังคมว่า หากผลักดันร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินทดแทนฯจะทำให้มีลูกจ้างส่วนราชการที่เป็นผู้ประกันตนและเข้ากองทุนเงินทดแทน ทำให้ได้สิทธิต่างๆ ทั้งทดแทนการว่างงาน เงินทดแทนการหยุดงานจากอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจากงาน เป็นต้น ซึ่งมีประมาณ 940,000 คน ซึ่งความเป็นจริงจากที่ลงพื้นที่พูดคุยกับลูกจ้างทั่วประเทศ ในแต่ละพื้นที่พบว่า ตัวเลขมีเป็นล้านคน แสดงว่าหายไปประมาณ 4-5 แสนคน ซึ่งไม่เข้าระบบประกันสังคม” นายมนัส กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมีกลุ่มอื่นๆที่ไม่ได้สิทธิตามร่างพ.ร.บ.นี้อีกหรือไม่ นายมนัส กล่าวว่า มี เป็นกลุ่มพนักงานมหาวิทยาลัย อย่างกลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัย ไม่เข้าในร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินทดแทน เนื่องจากมีกฎหมายของมหาวิทยาลัยรองรับ เพียงแต่เรื่องสิทธิต่างๆที่ได้รับทุกวันนี้อาจไม่มากเท่าหรือไม่ ตรงนี้ก็จะมีการพิจารณาอีกในขั้นต่อไป เนื่องจากกลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัย ที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยมีอีกประมาณแสนคนได้