‘ปนัดดา’บรรยาย’อารยะทางการเมืองการปกครอง’ระบุเมตตา-ไมตรี-เหตุผล’ สังคมปชต.ยั่งยืน

22.05.18 | 16:58 น.

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพบรรยายพิเศษ แก่คณะข้าราชการ ครูอาจารย์ นิสิต นักศึกษา ณ วังวรดิศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ตอนหนึ่งว่า “นักวิชาการชาวตะวันตกกล่าวว่า การเมืองและระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินควบคู่กันไป คำว่า ‘การเมือง’ หรือ ‘Politics’ ตามคำนิยาม หมายถึง กิจกรรมและแนวคิดทางการเมือง ซึ่งรวมไปถึงศิลปะทางการปกครอง ความสัมพันธ์ทางการทูต ความปราดเปรื่อง สุขุมรอบคอบ อุดมการณ์ทางการเมือง พรรคการเมือง เป็นต้น ไม่มีใครกล่าวถึงสิ่งเหล่านี้ว่าไม่ดีหรือเป็นเชิงลบไปเสียหมดดั่งที่บางคนเข้าใจ ในทางตรงข้าม กลับถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมอารยะในปัจจุบัน การคบหาสมาคมกับมิตรประเทศใดๆ ที่ควรเป็นไปตามหลักสากล ไม่ใช่แตกต่างไปจากเขาโดยสิ้นเชิง แต่ที่ผู้คนกล่าวถึงกันเสียมาก คือ เรื่องของระบบแบบแผน และธรรมาภิบาลของตัวบุคคลผู้อยู่ในแวดวงดังกล่าว

องค์ประกอบนี้รวมไปถึงเรื่อง ‘Etiquette’ ซึ่งอย่าแปลเพียงว่าเป็นเรื่องของมารยาทจรรยา แต่หมายรวมถึงสิ่งที่ควรจะเป็น สิ่งที่เป็นความถูกต้อง ความซื่อสัตย์สุจริต ความไม่ทุจริตคดโกง ไม่ประจบประแจงสอพลออันไม่ใช่อัตลักษณ์ของสังคมที่มีความเจริญแล้ว หากแต่เน้นในเรื่องความมีเมตตาธรรม หลักสุจริตธรรม ความเพียร ที่เป็นคำตอบของความอยู่รอดปลอดภัย ไม่ใช่ความหมายอื่นใดในทางตรงกันข้ามทั้งสิ้น อาจกล่าวโดยสังเขปได้ว่า การเมืองการปกครอง มาพร้อมกับหลักการประชาธิปไตย เพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีผ่านระบบตัวแทนหรือผู้แทนราษฎร อันได้แก่ กระบวนการมีส่วนร่วมอันเป็นการเสริมสร้างประเทศ มีที่ยืนสำหรับทุกๆ คน ไม่ใช่เฉพาะเพียงผู้หนึ่งผู้ใด หรือสงวนความรักชาติบ้านเมืองไว้แต่เพียงผู้เดียวหรือฝ่ายเดียว และสุดท้าย คือ ความที่ควรจะเป็นและเกิดขึ้นแก่สังคมทางการเมืองและระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ ความจริงใจ ความซื่อตรง การไม่ฉกฉวยโอกาส ความไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น ประการสำคัญ คือ ความมีเมตตาและมีไมตรีจิตต่อกัน พูดจากันด้วยเหตุและผล สังคมประชาธิปไตยจะเกิดความยั่งยืนได้ในที่สุด”