สปส.เร่งชี้แจงจ่าย ‘เงินออมชราภาพ’ ผู้ประกันตนครบ55ปีรับเลย

22.05.18 | 15:45 น.

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม น.ส.อำพันธ์ ธุววิทย์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สปส.ได้ดำเนินงานจัดส่งหนังสือแจ้งยอดเงินสมทบกรณีชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เพื่อให้ผู้ประกันตนตรวจสอบข้อมูลเงินสมทบของตนเองที่สะสมเข้ากองทุนประกันสังคม นับตั้งแต่เริ่มมีการจ่ายเงินสมทบกรณีชราภาพเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2541 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ขอรับใบแจ้งยอดเงินสมทบได้จากสถานประกอบการของตนเอง สำหรับผู้ประกันตน ตามมาตรา 39 จะจัดส่งให้ผู้ประกันตนตามที่อยู่ที่ให้ไว้กับ สปส.

น.ส.อำพันธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ประกันตนได้รับหนังสือแจ้งยอดเงินออม หรือเงินสมทบกรณีชราภาพแล้ว ขอให้ตรวจสอบความถูกต้อง ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องวัน เดือน ปี ที่ชำระเงินสมทบ หรือจำนวนยอดเงินสมทบจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนเท่าใด ผู้ประกันตนสามารถสอบถามสายด่วน สปส.โทร.1506 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาใกล้บ้านได้ทุกแห่งในวันและเวลาราชการ

นอกจากนี้ รองเลขาธิการ สปส.กล่าวชี้แจงทำความเข้าใจถึงกรณีผู้ประกันตนมีข้อสงสัยว่า หากมีความประสงค์จะลาออก แล้วจะได้รับเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญจากกองทุนประกันสังคมหรือไม่ อย่างไรนั้น ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ทุกคน จะได้รับเงินสมทบกรณีชราภาพที่ตนเองออมไว้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ตามที่พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ กำหนดไว้

“ส่วนจะได้รับเงินบำเหน็จหรือบำนาญขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบ ถ้าชำระเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือน หรือถ้าชำระเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพ” น.ส.อำพันธ์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ดี ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่มีอายุเกิน 55 ปี ซึ่งยังคงมีนายจ้าง หรือผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ยังคงสามารถจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 กรณีอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน และขอรับเงินบำเหน็จหรือบำนาญกรณีชราภาพตามเงื่อนไขของผู้ประกันตนแต่ละคน ทั้งนี้ การเพิ่มระยะเวลาการส่งเงินสมทบกรณีชราภาพจะยิ่งทำให้เงินออมที่สะสมในวัยเกษียณจากการทำงานมีเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย