เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีมีข่าว สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.พงษอนันต์ ซุบรัมย์ สารวัตรสืบสวนนครพนม เข้มแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 กรณีถูกมิจฉาชีพหลอกอ้างตัวว่า เป็น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมให้โอนเงินวิ่งเต้น เลื่อนตำแหน่ง ทำให้มีเจ้าตัวและเพื่อนตำรวจ รวม 6 นาย สูญเงินกว่า 4 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งตามที่ตกลงกัน จนกระทั่งมีการสืบทราบภายหลังว่า ผู้กระทำความผิดคือ นายไพจิตร์ สายยา อายุ 40 ปี อาชีพขับแท็กซี่รับจ้าง ชาว จ.สกลนคร ซึ่งงานขับรถแท็กซี่ ใน กทม. เนื่องจากมีการตรวจสอบหลักฐานจากบัญชีการโอนเงิน
ภายหลัง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ออกมาแถลงข่าว หลังมีการสืบสวน ขออนุมัติศาลจังหวัดนครพนม ออกหมายจับ และมีการจับกุมผู้กระทำผิดคือ นายไพจิตร์ สายยา อายุ 40 ปี อาชีพขับแท็กซี่รับจ้าง ชาว จ.สกลนคร อยู่ระหว่างการสอบสวน ดำเนินคดี ยืนยันว่าเป็นการแอบอ้างไม่มีส่วนรู้เห็น และมีการยืนยันว่าจะเอาผิดกับตำรวจที่เกี่ยวข้อง ในการจ่ายเงินวิ่งเต้นด้วย โดยทางผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อสัมภาษณ์ไปยัง พ.ต.ท.พงษ์อนันต์ ซุบรัมย์ สารวัตรสืบสวนนครพนม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่ไม่สามารถติดต่อได้
ล่าสุดทางด้าน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุดในการดำเนินคดี ทางตำรวจได้คุมตัว นายไพจิตร์ สายยา อายุ 40 ปี อาชีพขับแท็กซี่รับจ้าง ชาว จ.สกลนคร มาแจ้งข้อกล่าวหา ในฐานความผิด ฉ้อโกงแสดงตนเป็นคนอื่น พร้อมสอบสวน รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ทำสำนวนส่งฟ้องตามกฎหมาย ซึ่งวันนี้ยังมีการคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ สภ.ศรีสงคราม รอนำตัวไปฝากขังที่ศาล จ.นครพนม ในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่า ลงมือวางแผนทำคนเดียว อยากได้เงิน หลังมีข้อมูลเรื่องการวิ่งเต้นจึงวางแผน อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะได้สอลบสวนโดยละเอียดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

