รพ.ใหญ่ไม่ร่วมแพทย์ชนบทจี้ก.คลัง ด้านคณบดีศิริราช-รามาขอดูรายละเอียดพนง.มหาวิทยาลัย

24.05.18 | 15:10 น.

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นพ.ประดิษฐ์ ไชยบุตร ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวว่า กรณีที่ทางชมรมแพทย์ชนบท จะมีการเคลื่อนไหวเพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลาออกในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ถือเป็นสิทธิของแต่ละกลุ่ม แต่ทางกลุ่มสพศท.คงไม่ได้ไปร่วมเคลื่อนไหวด้วย เนื่องจากทางกระทรวงการคลังได้มีการออกมาชี้แจงแล้วว่าระเบียบเรื่องการจ้างลูกจ้างที่ออกมาใหม่นั้นไม่เกี่ยวกับกระทรวงสาธารณสุข เพราะได้มีการทำข้อตกลงกันไว้ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตามการจ้างลูกจ้างของโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ถือว่าจำเป็นมากเพราะร้อยละ 50 ของโรงพยาบาลขนาดใหญ่เป็นพนักงานลูกจ้าง ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการคืออยากให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เห็นสภาพปัญหาของโรงพยาบาลว่ามีภาระงานมาก จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นมากขึ้น แต่โรงพยาบาลก็ต้องให้บริการผู้ป่วยอย่างดีที่สุด ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่ สพศท.จะเดินหน้าคือการกระตุ้นให้ก.พ.จัดสรรบุคลากรให้เพียงพอกับภาระงานที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะใช้วิธีการหารือกันผ่านทางช่องทางต่างๆมากกว่า

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ พ.ศ. 2561 ว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ ม.มหิดล ได้ออกนอกระบบเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแล้ว ระเบียบดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างหรือไม่ คงต้องมาศึกษาระเบียบให้แน่ชัดก่อนว่า ส่วนราชการนั้นจะครอบคลุมมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐหรือไม่ หากครอบคลุมก็อาจมีผลกระทบ

ด้าน ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล กล่าวว่า ม.มหิดลออกจากระบบทั้งหมด ตรงนี้คงต้องให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลไปศึกษาก่อนว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะกระทบ เพราะออกจากระบบแล้ว

ด้าน ผศ. (พิเศษ) ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่กระทรวงการคลัง ออกระเบียบว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ พ.ศ.2561  ทันตแพทยสภาเห็นว่า แม้ว่าเจตนารมณ์ในการออกระเบียบ จะทำเพื่อต้องการจัดระเบียบการจ้างพนักงานและลูกจ้างของส่วนราชการ เพื่อวางกรอบอัตรากำลังหรือจัดสรรงบประมาณในอนาคต แต่การออกระเบียบแบบเหมารวมโดยไม่พิจารณาบริบทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และไม่มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่ดี ได้ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของลูกจ้างและพนักงาน โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ที่ปัจจุบันมีกรอบอัตรากำลังไม่สอดคล้องกับภาระงานในการดูแลสุขภาพของประชาชน และต้องใช้เงินบำรุงมาจ้างลูกจ้างหรือพนักงานให้ทำหน้าที่ต่างๆ ทั้งภารกิจในการรักษาพยาบาล หรือภารกิจสนับสนุนเพื่อให้การรักษาเป็นไปตามคุณภาพและมาตรฐาน

ผศ. (พิเศษ) ทพ.ไพศาล กล่าวว่า ปัจจุบันมีการจ้างด้วยเงินนอกงบประมาณในทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักเทคนิคการแพทย์ ทันตาภิบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ เวรเปล ฯลฯ ทำงานสอดประสานเป็นทีมเดียวกัน ซึ่งทุกตำแหน่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนทั้งสิ้น ดังนั้นทันตแพทยสภาขอเรียกร้องให้กระทรวงการคลังทบทวนการออกระเบียบดังกล่าวไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพนักงานและลูกจ้างเงินนอกงบประมาณ และได้โปรดทำความเข้าใจบริบทการทำงานของโรงพยาบาล รวมทั้งศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนการดำเนินการใดๆ ที่มีผลกระทบต่อส่วนรวมในวงกว้าง

Advertisement