จากกรณีที่ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มอบหมายให้ พ.ต.ต.เพ็ชร กิจพฤกษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.ศรีสงคราม คุมตัว นายไพจิตร์ สายยา อายุ 40 ปี อาชีพขับแท็กซี่รับจ้างชาว จ.สกลนคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.นครพนม ฐานความผิดฉ้อโกงแสดงตนเป็นคนอื่น กรณี พ.ต.ท.พงษอนันต์ ซุบรัมย์ สารวัตรสืบสวนนครพนม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ระบุว่ามีหลักฐานผู้ต้องหา ได้หลอกลวงสวมรอยเป็น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และมีการเจรจาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เพื่อเรียกรับเงินวิ่งเต้นเลื่อนตำแหน่ง ทำให้เจ้าตัว และเพื่อนตำรวจ รวม 6 นาย สูญเงินกว่า 4 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งตามข้อตกลง กระทั่งมีการสืบทราบภายหลังว่าผู้กระทำความผิดคือ นายไพจิตร์ สายยา อายุ 40 ปี อาชีพขับแท็กซี่รับจ้าง ชาว จ.สกลนคร ซึ่งงานขับรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ เนื่องจากมีการตรวจสอบหลักฐานจากบัญชีการโอนเงิน กระทั่ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์แถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาดังกล่าว พร้อมยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา ที่สำคัญไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหา ในฐานความผิดฉ้อโกง แสดงตนเป็นคนอื่น เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่ สภ.ศรีสงคราม ซึ่งทางผู้ต้องหาได้ให้การเบื้องต้นว่าลงมือวางแผนทำคนเดียว อยากได้เงิน หลังมีข้อมูลเรื่องการวิ่งเต้น จึงวางแผน และฉวยโอกาสเรียกรับเงินกับตำรวจ
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปที่ศาล จ.นครพนม เพื่อขอฝากขังเป็นผลัดแรก รอการสรุปสำนวน ส่งอัยการฟ้องตามกฎหมาย ซึ่งในวันนี้ไม่มีญาติมาขอยื่นประกันตัวผู้ต้องหา ซึ่งจะได้นำไปควบคุมตัวชั่วคราวรอการพิจารณาที่เรือนจำกลางจังหวัดนครพนม ส่วน พ.ต.ท.พงษอนันต์เจ้าทุกข์ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเอาผิดผู้ต้องหา ได้เดินทางมาให้การเพิ่มเติม แต่ไม่ขอให้สัมภาษณ์ โดยขอชี้แจงตามขั้นตอน ซึ่งยังไม่พบว่ามีคำสั่งตั้งคระกรรมการสอบสวน หลัง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ระบุจะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีตำรวจที่เกี่ยวข้อง โดยถูกหลอกโอนเงินสิ่งเต้นรวม 6 นาย ส่วนใหญ่มีตั้งแต่ระดับสารวัตร รองผู้กำกับ และรองผู้บังคับการอีก 1 นาย ที่มีข้อมูลว่าจ่ายเงินค่าวิ่งเต้นบางส่วนให้ผู้ต้องหาจริง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งสอบสวน รวบรวมหลักฐาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

