เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัด กทม. นายปกครอง พลเมือง ผู้อำนวยการเขตจตุจักร ผู้บริหารสำนักเทศกิจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) สถานีตำรวจนครบาล (สน.) พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาแผงค้ารุกล้ำทางเท้าและผิวจราจร พร้อมจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว และศูนย์การค้าเดอะวัน เขตจตุจักร ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องก่อนจะขยายไปยังจุดอื่นๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร

นายสกลธี กล่าวว่า ภายหลัง กทม.ประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง อาทิ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผู้ประกอบการศูนย์การค้า เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ผู้ค้า จนได้ข้อสรุปร่วมกันโดยให้ กทม.สามารถเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ของ รฟท. เพื่อจัดระเบียบแผงค้ารุกล้ำที่สาธารณะและผิวจราจรนั้น ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคมเป็นต้นไป กทม.จะห้ามตั้งแผงค้าริมทางเท้าและผิวจราจรเด็ดขาด ระหว่างนี้สำนักการโยธา สำนักเขตจตุจักร และ รฟท.จัดทำบัญชีผู้ค้าทั้งหมด เพื่อให้ผู้ค้าทั้ง 50 ราย ย้ายไปตั้งแผงค้าบริเวณเต็นท์เขียวติดกับสวนสมเด็จย่า โดยจะให้อยู่รวมกับกลุ่มผู้ค้าเดิม


“กทม.จะเข้าไปปรับพื้นที่ใหม่ โดยจำเป็นต้องปรับขนาดของแผงค้าจาก 1.50 เมตร ให้เล็กลง เพื่อให้ครอบคลุมผู้ค้าทั้งหมด คาดจะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์” นายสกลธี กล่าวและว่า สำหรับแผงค้าบริเวณข้างศูนย์การค้าเดอะวันนั้น กทม.เข้าตรวจสอบแล้ว บริเวณดังกล่าวไม่ผิดระเบียบ เพราะอยู่ในพื้นที่ที่ห้างได้ทำสัญญากับ รฟท. แต่แม้ไม่ผิดระเบียบ กทม.ต้องเข้าไปจัดระเบียบไม่ให้แผงค้ารุกล้ำทางเท้า ไม่ให้มีผ้าใบกางเกะกะ รวมถึงขอความร่วมมือ สน.พหลโยธิน กวดขันรถตู้โดยสารไม่ให้จอดรับส่งผู้โดยสารเป็นเวลานานด้วย หากสำเร็จ กทม.จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย เพราะพบว่า ส่วนใหญ่ขออนุญาตทำเป็นลานจอดรถ แต่ปล่อยให้ผู้ค้าตั้งแผงค้าขายของแทน

