ชำแหละกฎ “คลัง” “ลูกจ้างรัฐ” ฮือ เร่งดับไฟก่อนลาม

25.05.18 | 09:14 น.

เหมือนจะไปได้สวย หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศชัดไม่ทิ้งพนักงานและลูกจ้างส่วนราชการ ทุกคนต้องได้รับสิทธิสวัสดิการอย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ยังมอบให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดูแลพนักงานและลูกจ้างส่วนราชการอีกด้วย

แต่ปรากฏว่ากระทรวงการคลังกลับสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการออกระเบียบกระทรวงการคลัง ลงนามโดยนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา อนุมัติระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ พ.ศ.2561

ระเบียบดังกล่าวได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ หมายถึง เงินที่นอกเหนือจากงบประมาณ เป็นเงินที่ส่วนราชการจัดเก็บ และมีกฎหมายที่อนุญาตไม่ต้องส่งคลัง อาทิ โรงพยาบาลของรัฐ หากมีเงินจากการบริจาค เงินจากการให้บริการส่วนอื่นๆ ถือเป็นเงินนอกงบประมาณ หรือเงินบำรุงที่ในแวดวงสาธารณสุขเรียกกัน

แน่นอนว่าเงินนอกงบประมาณไม่ได้มีแต่กระทรวงสาธารณสุข แต่ยังมีกระทรวงอื่นๆ ด้วย ส่วนจะเป็นกระทรวงไหน กระทรวงนั้นๆ คงทราบดี

Advertisement

ประกาศนี้จะกำหนดขอบเขตการว่าจ้าง โดยให้ส่วนราชการหลีกเลี่ยงการจ้างพนักงานหรือลูกจ้าง โดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ กรณีได้ดำเนินการจ้างพนักงานหรือลูกจ้าง โดยใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณก่อนระเบียบฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ยกเว้นจะได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังไว้เป็นการเฉพาะให้ส่วนราชการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างต่อไปได้ตามกำหนดระยะเวลาเดิม

และเมื่อพนักงานหรือลูกจ้างลาออกหรือส่วนราชการหมดความจำเป็นในการจ้างให้ยุบเลิกตำแหน่งพนักงานหรือลูกจ้างนั้น และในกรณีส่วนราชการมีความจำเป็นต้องจ้างพนักงานหรือลูกจ้างให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อน ระยะเวลาการจ้าง ให้จ้างได้ไม่เกินปีงบประมาณ หรือตามเวลาที่กระทรวงการคลังอนุญาต

สำหรับอัตราค่าจ้าง ให้จ้างได้ไม่เกินอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของตำแหน่งและวุฒิและไม่มีการเลื่อนขั้นค่าจ้าง และให้ส่วนราชการรายงานการจ้างพนักงานหรือลูกจ้าง ทั้งจำนวนอัตราและจำนวนเงินค่าจ้างให้กรมบัญชีกลางทราบทุกสิ้นปีงบประมาณ หรือสิ้นระยะเวลาการจ้างที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง โดยให้รายงานภายใน 30 วัน นับจากสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว โดยปลัดกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบนี้

หลังระเบียบนี้ออก ลูกจ้างพนักงานกระทรวงสาธารณสุขลุกฮือก่อนอันดับแรก โดยเฉพาะโรงพยาบาลในสังกัด ถึงขนาดชมรมแพทย์ชนบทออกมาประกาศผ่านโซเชียล ขอให้ทุกโรงพยาบาลร่วมกันแสดงจุดยืนคัดค้านระเบียบนี้ โดยขอให้ขึ้นป้าย แต่งดำ ผูกริบบิ้นดำ เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊ก ซึ่งมี รพ.เข้าร่วมกิจกรรมคัดค้านนี้มากมาย เช่น รพ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก รพ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เป็นต้น

แต่ละโรงพยาบาลที่ประท้วงต่างขึ้นป้ายไว้อาลัย เช่น “รพ.ชาติตระการขอไว้อาลัย กระทรวงการคลังที่ออกระเบียบ ห้ามโรงพยาบาลห้ามจ้างลูกจ้าง ห้ามขึ้นเงินเดือนลูกจ้าง”

พร้อมทั้งยืนยันว่า ถึงแม้กระทรวงการคลังกับกระทรวงสาธารณสุขจะแถลงร่วมกันว่า ระเบียบนี้ไม่รวมกระทรวงสาธารณสุข เพราะก่อนหน้านี้มีระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2561 อยู่แล้ว ดังนั้น เป็นกระทรวงที่รอดจากระเบียบนี้

แต่ประเด็น คือ ถึงแม้จะมีการแถลงข่าวออกมา ทาง รพ.ต่างๆ โดยชมรมแพทย์ชนบทก็ยังไม่หยุดขับเคลื่อน และยังบอกว่าระเบียบเงินบำรุงยังไม่ชัดเจน

โดยตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการให้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2561 ลงนามโดย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561 มีสาระสำคัญระบุว่า การจ่ายเงินบำรุงเพื่อเป็นค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายคาบ

เพื่อเป็นค่าจ้างและค่าตอบแทนแก่พนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) และการจ่ายเงินบำรุงให้แก่ พกส.ตามสิทธิประโยชน์ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนด ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ประกาศหรือหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ปลัด สธ.กำหนด

ดูเหมือนว่าชมรมแพทย์ชนบทยังไม่สบายใจ และมองว่าตามระเบียบเงินบำรุง โดยระบุว่า ในข้อ 10 ที่ระบุว่าการกำหนดกรอบอัตราและค่าจ้างของลูกจ้างชั่วคราว หรือพนักงานกระทรวงสาธารณสุขจากเงินบำรุง ต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

แน่นอนว่าเมื่อยังเป็นเช่นนี้ ทางชมรมแพทย์ชนบทก็ยังโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า ขอให้แก้ไขระเบียบเงินบำรุงข้อนี้และขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบด้วยการลาออก

นอกจากนี้ยังทิ้งท้ายอีกว่าหากไม่มีการดำเนินการหรือปรับแก้ระเบียบอีก จะรวมตัวกันมาวันที่1 มิถุนายน วันนั้นจะบุกกระทรวงการคลัง!

ส่วนกลุ่มลูกจ้าง โดยนายโอสถ สุวรรณ์เศวต ประธานสมาพันธ์สมาคมลูกจ้างรัฐแห่งประเทศไทย (สสลท.) กล่าวว่า ทางเครือข่ายยังคงเห็นว่าควรจ้างลูกจ้างอัตราจ้างด้วยเงินงบประมาณอยู่ดี ไม่ใช่เงินบำรุง รพ. เพื่อให้เป็นไปตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่พึงได้ เท่าเทียมกันตามสิทธิมนุษยชน ถ้าไม่ทำตามนี้ก็เท่ากับข้าราชการละเมิดสิทธิมนุษยชนของลูกจ้าง

สุดท้ายก็ยังไม่รู้ว่ากระทรวงการคลังจะดำเนินการอย่างไรต่อ หรือจะมีการปรับเปลี่ยนระเบียบเงินบำรุงของกระทรวงสาธารณสุขอย่างไร

แต่ที่แน่ๆ ระเบียบของกระทรวงการคลังทำให้เห็นว่า การจ้างงานต้องไม่จ้างแบบไม่มีกรอบอัตราอีกต่อไป และการจ้างต้องเหมาะสมจำเป็น

ที่สำคัญไม่ได้มีแค่กระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ส่วนราชการอื่นๆ ก็มีเช่นกัน แต่ที่ยังไม่แสดงตัว

นี่อาจเป็นเพราะผลกระทบยังไม่ชัดเจน หรือยังไม่ถึงเวลา เพราะหากกลุ่มลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบดาหน้ากันออกมาเรียกร้อง

รัฐบาลก็คงต้องพบกับความวุ่นวายที่ไม่น้อยไปกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน