พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับสันติบาล กล่าวถึงเหตุการณ์ตำรวจกองปราบปรามบุกจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ ที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เมื่อเช้าตรู่วันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่าการจะปฏิบัติการณ์ด้วยความรุนแรงกับเป้าหมายหรือผู้ต้องหานั้น ตามรัฐธรรมนูญยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ อย่างที่เห็นเมื่อวานการจับกุมท่านยังเป็นพระภิกษุอยู่ และภาพการเข้าไปดำเนินการจับกุม หรือการทำงานจะต้องมีการตรวจสอบว่าเป้าหมายอยู่ในพื้นที่แน่นอน แต่ก็จะต้องประเมินต่อไปด้วยว่าความรุนแรงจะอยู่ในระดับไหนอย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่ย่อมจะต้องทราบอยู่แล้ว ในส่วนคดีของตนไม่ต้องพูดแล้ว ให้สื่อและประชาชนพิจารณาตัดสินเอา แต่กรณีการเข้าจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ เรื่องคดีความตนไม่ทราบ แต่ตนมองการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในลักษณะรุนแรงหรือไม่ แม้การเข้าจับกุมตำรวจจะมีหมายจับ แต่การปฏิบัติก็มองว่าไม่จำเป็นขนาดนั้น เพราะสภาพพื้นที่ที่พักก็ไม่ได้มีบุคคลอื่นหรือใครที่จะมาร่วมต่อต้านอะไร เป็นที่พักปกติธรรมดา
พ.ต.ท.สันธนะกล่าวต่อไปว่า เมื่อประตูไม่เปิดก็เคาะเรียก เมื่อเรียกแล้วไม่เปิด แต่ในทางการข่าวมั่นใจแล้วว่าอดีตพระพุทธอิสระยังอยู่ในที่พัก แต่จะหลับหรือทำธุระอะไรก็ไม่ทราบ ก็ควรจะให้เวลา เพราะการเอาค้อนไปทุบปังๆ สุดท้ายภาพก็ออกมาฟ้องสังคมว่ายังหลับอยู่ในมุ้ง การเคาะประตูพังแล้วเข้าไปเลยพร้อมอาวุธ แต่ปรากฏว่าภายในก็ไม่มีอะไร ซึ่งตอนนั้นยังอยู่ในสมณเพศ และก็ไม่ได้มีการต่อต้านอะไร ถ้าตนเป็นเจ้าหน้าที่การปฏิบัติการครั้งนี้ไปแค่ 3 คนก็พอ แต่กำลังสำรองที่จะรองรับเหตุการณ์ อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งต้องเตรียมการเอาไว้ การดำเนินการก็ต้องไปตามขั้นตอน เข้าไปเปิดประตูหรือเคาะหน้าต่าง แล้วถ้ามีการตอบโต้ออกมา เช่น มีเสียงรุนแรงอะไร ก็ต้องเพิ่มสมรรถนะกำลัง แต่ภาพที่ปรากฏเจ้าหน้าที่เข้าไปโดยมีอาวุธรุนแรง หมายความว่าวันนี้อำนาจรัฐถ้าจะกระทำกับใครก็ย่อมได้ โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงบุคคลหรือเป้าหมายว่าเป็นใคร เหมือนที่ปฏิบัติกับตนหรือแม้แต่อดีตพระพุทธะอิสระ

